Categories
Event

งานเข้า! วัตถุดิบพังแค่ 1 ล็อต ทำของพังทั้งโรงงานได้ไง?

งานเข้า! วัตถุดิบพังแค่ 1 ล็อต ทำของพังทั้งโรงงานได้ไง?

งานเข้า! วัตถุดิบพังแค่ 1 ล็อต ทำของพังทั้งโรงงานได้ไง? 

รู้ไหมครับว่า… ถ้าน้ำมันพืชแค่ 1 ล็อตเกิดมีปัญหา แต่ดันถูกเอาไปผลิตทูน่ากระป๋องซะแล้ว โรงงานเขาต้องรับมือยังไงไม่ให้เรื่องบานปลาย?

วันนี้มาดู 9 ขั้นตอน “การเรียกคืนสินค้า” (Product Recall) ฉบับเข้าใจง่ายสุดๆ ใครทำธุรกิจต้องรู้ไว้เลยครับ! 👇

1️⃣ ตั้งสติ เช็คให้ชัวร์: พอรู้ว่าของมีปัญหาปุ๊บ อย่าเพิ่งแพนิก! ตรวจผล Lab ให้แน่ใจก่อนว่าผิดปกติจริงไหม รุนแรงแค่ไหน

2️⃣ สั่ง “หยุด” ทุกอย่าง: เบรกการผลิตทันที! และกักของในโกดังไว้ ห้ามแอบส่งออกไปเด็ดขาด

3️⃣ ตามสืบเส้นทาง: เช็คประวัติด่วนว่า วัตถุดิบล็อตนี้ถูกเอาไปทำสินค้าตัวไหนบ้าง และส่งไปขายที่ร้านไหนแล้ว

4️⃣ กระจายข่าว: รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง อย., ร้านค้าตัวแทน และทีมงานในบริษัทให้รับรู้ตรงกัน

5️⃣ เรียกของคืนด่วน!: ประกาศให้ร้านค้าและลูกค้า ส่งของล็อตที่มีปัญหากลับมาที่โรงงาน

6️⃣ เช็คยอดให้เป๊ะ: นับดูว่าผลิตไปเท่าไหร่ เรียกคืนมาได้ครบไหม เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีของอันตรายหลุดรอดไป

7️⃣ หาต้นตอให้เจอ: เป็นนักสืบหาตัวการว่า ปัญหานี้หลุดมาได้ยังไง จะได้ไม่แก้แค่ปลายเหตุ

8️⃣ อุดรอยรั่ว: วางมาตรการป้องกันใหม่ เพื่อให้ชัวร์ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำสอง!

9️⃣ จริงใจกับลูกค้า: กล้าออกมาขอโทษ และอธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา

การเรียกคืนสินค้า “ไม่ใช่ความล้มเหลว” นะครับ แต่คือ “ความรับผิดชอบ” ที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาเชื่อใจเรามากกว่าเดิม 

📌 ใครทำธุรกิจหรือทำงานสายผลิต เซฟคลิปนี้เก็บไว้เลย หรือแท็กเรียกเพื่อนๆ ในทีมมาดูด่วน!

#ทำธุรกิจ #ความรู้โรงงาน #เรียกคืนสินค้า #ProductRecall #ความรับผิดชอบ #แชร์ทริค #สาระความรู้

Categories
Event

10 คาถา ป้องกัน CAR จาก Auditor!

10 คาถา ป้องกัน CAR จาก Auditor!

🚨 10 คาถา ป้องกัน CAR จาก Auditor!

เคยไหมครับ? พอได้ยินคำว่า “Auditor มาแล้ว!” โรงงานที่เคยเดินชิลๆ ก็วุ่นวาย เคลื่อนที่เร็วกว่าสายพานการผลิตซะอีก หลายคนคิดว่าวิธีป้องกัน CAR (Corrective Action Request) คือการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เสียใจด้วยครับ เพราะ CAR ไม่ได้เกิดจากดวง!

วันนี้ผมสรุป 10 คาถาเด็ดจากคลิปนี้มาให้เอาไปปรับใช้กันครับ

💡 10 เช็กลิสต์รอดพ้น CAR แบบไม่ต้องพึ่งดวง

1.เขียนอย่างไร ทำอย่างนั้น: ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ออดิเตอร์ แต่อยู่ที่ SOP กับการทำงานจริงไปกันคนละทิศละทาง

2.ทำแล้วต้องมีหลักฐาน: ประโยคคลาสสิก “ทำค่ะ แต่ไม่ได้บันทึก” ใช้ไม่ได้ผล เพราะออดิเตอร์ตรวจความจำของเราไม่ได้

3.บันทึกต้องจริง ไม่ใช่แค่สวย: ถ้ารายงานดูดี 100% ไม่มีผิดเพี้ยนเลย ออดิเตอร์จะไม่ดีใจ แต่จะเริ่มสงสัยแทน

4.เจอปัญหา อย่าซุก: ความผิดปกติไม่ใช่ความลับ ต้องหยุด แจ้ง กักกัน บันทึก และตรวจสอบให้ชัดเจน

5.แก้ปัญหาที่ Root Cause: อย่าแก้แค่สิ่งที่เห็น เช่น เอาผ้ามาเช็ดน้ำมันที่พื้น แต่ต้องหาให้เจอว่าน้ำมันรั่วมาจากไหน

6.เซ็นชื่อไม่เท่ากับเข้าใจ: ใบเซ็นชื่ออบรมยืนยันแค่ว่าเคยเข้าห้องเรียน แต่ไม่ได้ยืนยันว่าพนักงานหน้างานจะทำได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุจริง

7.หน้างานต้องตรงกับเอกสาร: สิ่งที่เขียน สิ่งที่ติดป้าย และสิ่งที่เกิดจริงต้องตรงกันเป๊ะ

8.เจอ Gap ก่อนออดิเตอร์: Internal Audit ต้องกล้าหาข้อบกพร่อง เพื่อให้เรามีเวลาแก้ไขก่อนวันตรวจจริง

9.ผู้บริหารต้องรู้ก่อนวันสุดท้าย: Management Review มีไว้เพื่อให้ผู้บริหารเห็นปัญหา ตัดสินใจ และจัดสรรทรัพยากรแก้ไข ไม่ใช่แค่รับฟังรายงาน

10.ทำทุกวัน (365 วัน): เป้าหมายของระบบไม่ใช่การจัดฉากให้สวยแค่วันเดียวเพื่อรอออดิเตอร์ แต่คือการรักษาระบบให้ดีทุกวัน

🛠️ สร้างระบบให้แข็งแรงกว่าที่เคย

จำไว้นะครับว่า CAR ไม่ได้เกิดจากตัว Auditor เขาเป็นเพียงคนที่มาช่วย “เปิดไฟ” ให้เราเห็นช่องโหว่ในระบบเท่านั้น อยากได้ CAR น้อยๆ ไม่ต้องไปสั่งกาแฟหวานน้อยเอาใจใคร แต่ให้หันมาสร้างระบบของเราให้แข็งแรงและทำตามสิ่งที่เราเขียนไว้อย่างสม่ำเสมอกันดีกว่าครับ!

โรงงานของคุณมีเทคนิคในการเตรียมตัวรับมือกับ Auditor ยังไงบ้าง ลองคอมเมนต์มาแชร์ความรู้กันหน่อยครับ?

Categories
Event

ISO 9001:2026 กำลังจะมา… แต่หลายโรงงานยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร!

ISO 9001:2026 กำลังจะมา... แต่หลายโรงงานยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร!

🚨 ISO 9001:2026 กำลังจะมา… แต่หลายโรงงานยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร!

อย่ารอให้ Auditor เป็นคนบอกว่าระบบของคุณยังไม่พร้อม!

เมื่อ ISO 9001:2026 ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ องค์กรที่เตรียมตัวก่อน ย่อมได้เปรียบทั้งเรื่องเวลา งบประมาณ และความพร้อมในการตรวจรับรอง

❌ เอกสารยังไม่พร้อม

❌ ไม่แน่ใจว่าระบบปัจจุบันสอดคล้องกับเวอร์ชันใหม่หรือไม่

❌ กังวลว่าจะพบ NC (Nonconformity) ในวันตรวจจริง

หากคุณกำลังคิดแบบนี้…

✅ ถึงเวลาทำ PRE AUDIT แล้ว!

เราพร้อมเข้าไปตรวจประเมินความพร้อมขององค์กรก่อนการตรวจจริง เพื่อค้นหาช่องว่างของระบบและให้คำแนะนำในการปรับปรุงอย่างตรงจุด

Aducate มีบริการ PRE AUDIT เตรียมความพร้อมก่อนตรวจจริง

✅ตรวจประเมินระบบตามแนวทาง ISO 9001:2026

✅ค้นหาจุดเสี่ยงและจุดที่ต้องปรับปรุงล่วงหน้า

✅ให้คำแนะนำแบบใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่เช็กลิสต์

✅ช่วยลดโอกาสเกิด Nonconformity (NC)

✅เพิ่มความมั่นใจให้ทีมงานก่อนวันตรวจจริง

สิ่งที่คุณจะได้รับ

🔎 ตรวจประเมินระบบตามแนวทาง ISO 9001:2026

📋 ค้นหาประเด็นที่ต้องปรับปรุงก่อนวันตรวจจริง

🛠️ ให้คำแนะนำและแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ

🛡️ ลดความเสี่ยงในการพบ Nonconformity (NC)

📈 เพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริหารและทีมงาน

🎯 เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ Certification Audit

เหมาะสำหรับ

🏭 โรงงานที่กำลังเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ ISO 9001:2026

🏢 องค์กรที่ต้องการต่ออายุใบรับรอง

📑 บริษัทที่ต้องการตรวจเช็กความพร้อมของระบบก่อนการตรวจจริง

🔥 ราคาเริ่มต้นเพียง 29,000 บาท

การเตรียมตัวก่อน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย…

แต่คือการลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เสียเวลา เสียงบประมาณ และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

📞 สอบถามรายละเอียด

086-322-8834

062-629-7498

อย่ารอให้มาตรฐานประกาศใช้แล้วค่อยเริ่ม…

เพราะคนที่เตรียมพร้อมก่อน คือคนที่ผ่านการตรวจได้อย่างมั่นใจที่สุด

Categories
Event

ISO 14001:2026 ออกแล้ว! องค์กรคุณพร้อมแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?

Public Training Online ISO 14001:2026

🔥 Public Training Online ISO 14001:2026 (Environmental Management System)

ลงทะเบียน : https://forms.gle/kmfJ8P2G3tE2cWof6

💥 อัปเดตใหม่ล่าสุด + สอนแบบที่ “ไม่มีใครสอน”

🚨 ISO 14001:2026 “เวอร์ชันล่าสุด” อัปเดตใหม่แล้ว!

พร้อมหรือยัง…กับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะถูกใช้ในการ Audit เร็ว ๆ นี้?

❗ ถ้ายังใช้ความรู้เวอร์ชันเก่า

👉 เสี่ยง “ไม่สอดคล้อง” โดยไม่รู้ตัว

👉 Requirements + Guidance for Use

(ไม่ใช่แค่รู้ข้อกำหนด แต่รู้ “วิธีใช้จริง”)

❗ ปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอ

เรียน ISO แต่ยังเอาไปใช้ไม่ได้

ไม่เข้าใจว่าต้องทำแค่ไหนถึงผ่าน Audit

ใช้วิธีเดิมจากเวอร์ชันเก่า

👉 นี่คือเหตุผลที่คุณต้องอัปเดต “ISO 14001:2026”

🚀 คอร์สนี้ให้คุณมากกว่าคำว่า “เรียน”

✔ เข้อกำหนด Requirements ISO 14001:2026

✔ เคำแนะนำในการประยุกษ์ใช้ Guidance for Use

✔ เการเปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชันก่อน

✔ เการเตรียมพร้อมสำหรับ Audit

✔ เตัวอย่างการทำงานจริงในองค์กร

📌 สอนครบ + ลึก ด้วยสไลด์กว่า 300 หน้า

📅 วันอบรม

🗓 7 พฤษภาคม 2569

⏰เวลา 09.00 – 16.00 น. (Online)

💻Microsoft Teams

💰 ราคาพิเศษ

🔥 เพียง 2,990 บาท / ท่าน

🔥Promotion แบบกลุ่ม

7,200 / 3 ท่าน

9,000 / 5 ท่าน

🎯 เหมาะกับใคร?

องค์กรที่ต้อง Transition สู่เวอร์ชันใหม่

ผู้ดูแลระบบ ISO / EMS

Internal Auditor / MR

ผู้ที่ไม่อยาก “ตกเทรนด์มาตรฐานใหม่”

🚨 อย่ารอให้ลูกค้าหรือ Auditor เป็นคนบอกว่า “คุณยังไม่อัปเดต”

👉 มาเรียนก่อน ปรับก่อน ได้เปรียบก่อน

📞 สมัครเลย (ที่นั่งจำกัด)

📱 086-322-8834

📱 081-989-3239

📧 qsgbtransform@gmail.com

Categories
Event

ISO 14001:2026 ออกแล้ว! องค์กรคุณพร้อมแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?

ISO 14001:2026 ออกแล้ว! องค์กรคุณพร้อมแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?

ISO 14001:2026 ออกแล้ว! องค์กรคุณพร้อมแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?

องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) ได้ประกาศใช้ ISO 14001:2026 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2026

มาตรฐานฉบับใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ ISO 14001:2015 รวมถึง Amendment ด้าน Climate Change ปี 2024 อย่างสมบูรณ์

มีอะไร “เปลี่ยนไป” บ้าง?
การปรับปรุงครั้งนี้เน้นแนวคิดสำคัญคือ “ชัดเจนขึ้น แต่ไม่ซับซ้อนขึ้น” และ “เชื่อมโยงกับบริบทโลก โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม”
ไฮไลต์สำคัญ 6 ประการที่องค์กรต้องรู้

1. Climate Change & Environmental Context (Clause 4) ไม่ใช่แค่เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อีกต่อไป แต่มีการเพิ่มมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมแบบรอบด้าน เช่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ระดับมลพิษ และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสะท้อนแนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) แบบองค์รวม

2. Risk & Opportunity (Clause 6.1) ปรับโครงสร้างใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยแยกความเสี่ยง (Risk) และโอกาส (Opportunity) ออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นความเสี่ยงในเชิงกลยุทธ์ และสามารถวางแผนจัดการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

3. Lifecycle Thinking ชัดเจนขึ้น (Clause 6.1.2) เพิ่มคำอธิบายเพื่อเน้นย้ำว่า องค์กรต้องคำนึงถึง “ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต” ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดทิ้ง

4. การบริหารการเปลี่ยนแปลง (New Clause 6.3) เพิ่มข้อกำหนดใหม่ที่ระบุให้องค์กรต้องมีระบบการจัดการ “การเปลี่ยนแปลง” ภายในองค์กรอย่างเป็นขั้นตอน

5. ควบคุม Outsource แบบครบมิติ (Clause 8.1) จากเดิมที่ควบคุมเพียงกระบวนการที่จ้างหน่วยงานภายนอก ปัจจุบันได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมไปถึง กระบวนการ สินค้า และบริการจากภายนอกทั้งหมด

6. Improvement (Clause 10) มีการจัดกลุ่มและเรียงลำดับใหม่ แต่ยังคงยึดถือหลักการเดิมเป็นสำคัญ รวมถึงการปรับปรุง Annex A (Guidance) ครั้งใหญ่ เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานตีความข้อกำหนดต่างๆ ได้ชัดเจนและนำไปใช้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period)
ISO กำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านไว้ที่ 3 ปี โดยทุกองค์กรจะต้องดำเนินการปรับระบบให้แล้วเสร็จภายในเดือน พฤษภาคม 2029
องค์กรควรเริ่มต้นอย่างไร? หากคุณยังไม่ได้เริ่มเตรียมตัว นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุด โดยมีขั้นตอนที่แนะนำดังนี้:
• ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของข้อกำหนดมาตรฐานใหม่
• จัดอบรมบุคลากรให้เข้าใจข้อกำหนดที่เปลี่ยนไป
• ทำ Gap Analysis เพื่อประเมินจุดที่ระบบเดิมยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่
• วางแผนและดำเนินการปรับปรุงระบบ
• เตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมิน (Audit)

Aducate พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ในการ Transition ของคุณ
เรามีบริการที่ครอบคลุมเพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านระบบขององค์กรคุณเป็นไปอย่างราบรื่น:
• Webinar: สรุปการเปลี่ยนแปลง เข้าใจประเด็นสำคัญได้รวดเร็วใน 1 วัน
• Training: การอบรมเชิงลึก สำหรับทีมงานและบุคลากรทุกระดับ
• Consulting Project: บริการที่ปรึกษาแบบลงมือทำจริง
• Transition Audit: ตรวจประเมินเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับมาตรฐานใหม่

อย่ารอให้ใกล้ Deadline แล้วค่อยเริ่ม องค์กรที่เริ่มเตรียมตัวก่อนย่อมได้เปรียบ ทั้งในด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด ภาพลักษณ์องค์กร การดำเนินงานตามแนวทาง ESG และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สนใจเริ่มต้นวันนี้ สามารถติดต่อ QSG B Transform เพื่อขอรับคำปรึกษา ขอ Roadmap สำหรับการ Transition หรือขอรับ Proposal สำหรับการฝึกอบรมและบริการที่ปรึกษาได้ทันที

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Phone : 02-297-0090
Mobile : 086-322-8834 / 062-629-7498
Email : qsgbtransform@gmail.com
Line ID : @qsgbconsult

ระบบที่เรามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษได้แก่

#GHPs #HACCP #HALAL #BRCGSFood #BRCGSPackaging #BRCGS #FSSC22000 #ISO9001 #ISO14001 #ISO22000 #ISO45001 #ISO50001 #ISO15378 #ISO13485 #SEDEX #BSCI #SA8000 #BSCI #HARA #HaRM #SMETA #ISCC #ISCCPLUS #RECYCLE #พลาสติก #ESG #CBAM #GRS

Categories
Event

มอก. 2948–2562 บังคับใช้ (22 มิ.ย. 69) ถ้าไม่ทำ อาจถึงขั้น “หยุดผลิต ห้ามจำหน่าย” เสี่ยงใบอนุญาตถูกเพิกถอน เป็นกฏหมายบังคับจริงจัง

ระบบมาตรฐาน ISO/TS 22002-100 : 2025 มีเนื้อหาอะไรบ้าง

มอก. 2948–2562 บังคับใช้ (22 มิ.ย. 69) ถ้าไม่ทำ อาจถึงขั้น “หยุดผลิต ห้ามจำหน่าย” เสี่ยงใบอนุญาตถูกเพิกถอน เป็นกฏหมายบังคับจริงจัง

โรงงานที่ต้องทำ มอก. 2948–2562

1. โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ
– กล่องอาหารสำเร็จรูป
– ถุงกระดาษใส่อาหาร
– แก้วกระดาษ ฝาแก้ว
– กระดาษห่ออาหาร

2. โรงงานแปรรูป / ขึ้นรูปกระดาษ
– ตัด / พับ / เคลือบ
– ขึ้นรูปเป็นภาชนะ
– บรรจุ ลิ้นชัก ถาดอาหาร
– แยกเกรดและจัดรูปแบบใช้งาน
*แม้ไม่ผลิตกระดาษเอง → เข้าข่ายผู้ผลิต

3. โรงงานเคลือบผิวกระดาษ
– เคลือบ PE / PLA
– เคลือบกันน้ำ กันไขมัน
– เคลือบแก้วกระดาษ
– เคลือบสำหรับอาหารร้อน / เย็น


4. โรงงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์กระดาษ
– พิมพ์โลโก้
– พิมพ์หมึกใกล้ผิวสัมผัสอาหาร
– งานพิมพ์แบรนด์ / OEM
– ใช้หมึก สี หรือสารเคมี


5. ผู้นำเข้า / OEM แม้ไม่มีโรงงานผลิตเอง
– นำเข้า
– จ้างผลิต
– ใช้แบรนด์ตัวเอง

*ต้องขอ มอก. เช่นเดียวกับผู้ผลิต

ผลกระทบหากไม่ทำ มอก.
– ถูกสั่งระงับการผลิต
– ไม่สามารถจำหน่ายสินค้า
– เสี่ยงใบอนุญาตถูกเพิกถอน
– เสียโอกาสทางธุรกิจทันที


บริการของเรา รับขอ มอก. 2948–2562 ครบวงจร
– สมัครขอใบอนุญาต มอก. อย่างเป็นระบบ
– เตรียมเอกสารและระบบให้ถูกต้องตามข้อกำหนด
– เตรียมความพร้อมหน้างาน
– ดูแลระหว่างการตรวจประเมินจากเจ้าหน้าที่
– ลดความเสี่ยง “ไม่ต้องปวดหัวภายหลัง”

ทำไมต้องเตรียมตัวล่วงหน้า? การขอมาตรฐานต้องใช้เวลา หากรอใกล้ถึงวันบังคับใช้ (22 มิ.ย. 69) อาจไม่ทันการณ์ และเสี่ยงต่อโทษหนักสูงสุดถึงขั้น “สั่งปิดโรงงาน”

ทำให้ถูกต้อง ลดความเสี่ยง หมดกังวล ไม่ต้องปวดหัวทีหลัง

ให้มืออาชีพดูแล เพื่อธุรกิจที่ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Phone : 02-297-0090

Mobile : 086-322-8834 / 062-629-7498

Email : qsgbtransform@gmail.com

Line ID : @qsgbconsult

 

ระบบที่เรามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษได้แก่

#GHPs #HACCP #HALAL #BRCGSFood #BRCGSPackaging #BRCGS #FSSC22000 #ISO9001 #ISO14001 #ISO22000 #ISO45001 #ISO50001 #ISO15378 #ISO13485 #SEDEX #BSCI #SA8000 #BSCI #HARA #HaRM #SMETA #ISCC #ISCCPLUS #RECYCLE #พลาสติก #ESG #CBAM #GRS

Categories
Event

สรุปภาพรวม ISO/DIS 9001 (ฉบับร่างล่าสุด) และสิ่งที่เปลี่ยนจาก ISO 9001:2015

ระบบมาตรฐาน ISO/TS 22002-100 : 2025 มีเนื้อหาอะไรบ้าง

สรุปภาพรวม ISO/DIS 9001 (ฉบับร่างล่าสุด) และสิ่งที่เปลี่ยนจาก ISO 9001:2015                

(อ้างอิงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการของ ISO/TC 176/SC 2/WG 29 และบทสรุปสาธารณะของฉบับ DIS ณ กลาง–ปลายปี 2025)                                                                           

หมายเหตุสำคัญ: เอกสาร DIS (Draft International Standard) ยังเป็น “ฉบับร่าง” รายละเอียดอาจมีการแก้ไขก่อนประกาศใช้ฉบับใหม่ การสรุปด้านล่างยึดตามข้อมูลสาธารณะและอัปเดตจากคณะทำงาน WG 29 ของ ISO รวมถึงบทวิเคราะห์จากองค์กร/ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานคุณภาพที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ. ISO+2ISO+2                                                                                                            

1) โครงสร้างและหลักคิดของ ISO/DIS 9001 (ภาพรวม “ทั้งมาตรฐาน”)          

โครงสร้างยังคง 10 ข้อกำหนด ตาม Harmonized Structure (Annex SL) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานระบบบริหารอื่น ๆ (เช่น 14001, 45001 ฯลฯ) โดยเน้นความสอดคล้องและบูรณาการได้ง่ายขึ้น                                                             

แนวคิดหลักยังเหมือนเดิม: โฟกัสลูกค้า, ความเป็นผู้นำ, การมีส่วนร่วมของบุคลากร, กระบวนการ, การปรับปรุง, การตัดสินใจบนฐานข้อมูล, และการบริหารความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย—แต่ ย้ำ “ความเสี่ยง–โอกาส” ให้ชัดและกว้างขึ้น (เช่น ซัพพลายเชน, ความผันผวนตลาด)                                                                         

ประเด็นสมัยใหม่ที่ถูกดึงเข้ามา “เชื่อมโยง”: ดิจิทัล/ข้อมูล, ความยั่งยืน/สภาพภูมิอากาศ (อ้างอิงจาก Amendment 1:2024 ของฉบับปี 2015), และความยืดหยุ่นของซัพพลายเชน—ไม่ใช่การยกเครื่องครั้งใหญ่ แต่ “ปรับแต่งเพื่อความทันสมัย”                      

 

ภาพรวมรายหมวด (Clause-by-clause snapshot)                                                      

ข้อ 4 บริบทองค์กร: คงกรอบเดิม เพิ่มความชัดว่าต้อง “พิจารณาผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภายนอก” เช่น สภาพภูมิอากาศ ตาม Amendment 1:2024 ที่บังคับให้พิจารณาความเกี่ยวข้องของ Climate Change ใน 4.1 และ 4.2                                                 

ข้อ 5 ภาวะผู้นำ: สอดรับโครงสร้างใหม่/ถ้อยคำกลมกล่อมมากขึ้น (เชิงบรรณาธิการ) เพื่อย้ำบทบาทผู้นำในการผลักดันวัฒนธรรมคุณภาพ (quality culture)                                                                                              

ข้อ 6 การวางแผน: ขยาย “การจัดการความเสี่ยงและโอกาส” ให้ครอบคลุมซัพพลายเชน ความผันผวน และการเปลี่ยนแปลงเร็ว (มีบันทึกว่าทีมงานทำงานกับ ข้อ 6.1.3 (หมายเหตุ) ในรอบแก้ไข)                

                                                           

ข้อ 7 การสนับสนุน: มีการทำงานปรับข้อความ/หมายเหตุใน 7.1.3 (โครงสร้างพื้นฐาน), 7.1.4 (สภาพแวดล้อมการปฏิบัติงาน), 7.1.5.2 (การสอบกลับได้ของการวัด) และ 7.1.6 (ความรู้ขององค์กร) เพื่อให้ตีความเสมอต้นเสมอปลายมากขึ้น                   

                                               

ข้อ 8 การดำเนินการ: มีข้อเสนอปรับ 8.3 (การออกแบบและพัฒนา) และการกำกับดูแลซัพพลายเออร์/กระบวนการที่จัดหา “ภายนอก” ให้สอดคล้องแนวเสี่ยง/โอกาสและบทบาทดิจิทัลมากขึ้น                                                                                                      

ข้อ 9 การประเมินสมรรถนะ: เน้นการติดตาม ประเมิน วิเคราะห์–ปรับปรุง ด้วยข้อมูลที่ “ทันสถานการณ์” มากขึ้น (สอดคล้องความคาดหวังยุคดิจิทัล)                                                                                    

ข้อ 10 การปรับปรุง: โครงยังเหมือนเดิม (ไม่ยกเครื่อง CAPA) แต่เน้น “ความมีผล” และ feedback loop เข้าสู่แผนความเสี่ยง/โอกาส. wca-global.com                                                    

ภาคผนวก A และคำจำกัดความ (ข้อ 3): WG 29 รายงานว่ามีการปรับปรุง Annex A และข้อ 3 (ศัพท์/คำจำกัดความ) จากคอมเมนต์ CD2 เพื่อความชัดเจน                                                                                                         

2) สิ่งที่ “เปลี่ยน” จาก ISO 9001:2015 (รวม Amendment 1:2024 ที่มีผลแล้ว)

วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน (ข้อ 9) เพื่อป้อนกลับเข้าการวางแผนความเสี่ยง (ข้อ 6)                         

 

หัวข้อ                                                    

o โครงสร้าง Annex SL                           

o บริบท & ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย           

o ความเสี่ยง–โอกาส (6.1)              

o ทรัพยากร/สภาพแวดล้อม (7.1.3–7.1.4)     

o การวัด & การสอบกลับได้ (7.1.5.2)           

o ความรู้ขององค์กร (7.1.6)            

o ออกแบบและพัฒนา (8.3)             

o ซัพพลายเชน/จัดจ้างภายนอก                      

o ภาคผนวก A (คำอธิบายเสริม)                                                                     

 

ISO 9001:2015 (เดิม)           

+ ใช้อยู่แล้ว แต่ถ้อยคำบางส่วนยังไม่ “ฮาร์โมไนซ์” เต็ม+ พิจารณาปัจจัยภายนอก–ภายในโดยรวม       

+ เน้น risk-based thinking                

+ ข้อกำหนดกว้าง              

+ มีข้อกำหนด                  

+ กำหนดให้ระบุ/ธำรงความรู้              

+ เงื่อนไขชัด แต่ยืดหยุ่น                  

+ ควบคุมผู้ส่งมอบ/กระบวนการที่จัดหา  

+ อธิบายเจตนารมณ์/แนวตีความ                     

 

ISO/DIS 9001 (ฉบับร่าง) / สิ่งใหม่

– ปรับถ้อยคำให้สอดคล้อง Harmonized Structure มากขึ้น (editorial/clarity)

– เพิ่ม Climate Change เป็นประเด็นที่ “ต้องพิจารณาความเกี่ยวข้อง” (Amd 1:2024) และเชื่อมต่อความเสี่ยง/โอกาสชัดขึ้น

– ขยายกรอบความเสี่ยง ให้ครอบคลุมซัพพลายเชน/ความผันผวน (DIS ย้ำมากขึ้น) ปรับ “หมายเหตุ/ถ้อยคำ” ให้ตีความตรงกัน (อยู่ระหว่างจูนข้อความ)

–  ขยาย/ขัดเกลาให้สอดคล้องกับการใช้งานเครื่องมือยุคใหม่

– ปรับความชัดเจนในการจัดเก็บ/ถ่ายทอด (สอดคล้องดิจิทัล)

– มี “ข้อเสนอ” ปรับรายละเอียด/ขั้นตอน และความสอดคล้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบเร็ว

– เน้นผลกระทบความเสี่ยงซัพพลายเชน & ความยืดหยุ่นมากขึ้น

– กำลังปรับละเอียด ตามคอมเมนต์ CD2

 

3) ไทม์ไลน์และการเปลี่ยนผ่าน (Transition) — สิ่งที่ควรรู้ตอนนี้

 

WG 29 รายงานความคืบหน้าของการประชุมถี่ใน พ.ค.–มิ.ย. 2025 ขยับจาก CD2 สู่ฉบับร่างสำหรับ DIS; ฝั่งที่ปรึกษาหลายแห่งคาดการณ์ DIS ช่วงกลางปี 2025–ต้น 2026 และฉบับมาตรฐานใหม่ “คาด” ว่าจะเป็น ISO 9001:2026 (ไทม์ไลน์ขึ้นกับ ISO)

           

องค์กรควรเริ่ม Gap analysis เทียบ 2015(+Amd 2024) กับธีมที่ DIS เน้น เพื่อไม่ตกขบวนเมื่อกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน (โดยประวัติ ISO มักกำหนดราว 3 ปี)   

           

4) คำแนะนำเชิงปฏิบัติ: “ทำอะไรตอนนี้” (ในฐานะคณะทำงาน/ที่ปรึกษา) 

  1. อัปเดตข้อ 4.1–4.2 เรื่อง Climate Change ให้ครบ (เป็นข้อบังคับแล้วตาม Amd 1:2024) และเชื่อมโยงถึง 6.1 ความเสี่ยง–โอกาส
  2. ทบทวนความเสี่ยงซัพพลายเชน (หยุดชะงัก, ผู้ส่งมอบเดี่ยว, ภูมิรัฐศาสตร์) แล้วต่อยอดเป็นเกณฑ์ควบคุมผู้ส่งมอบ/กระบวนการที่จัดหา (ข้อ 8). Management Solutions Group
  3. ชัดเจนเรื่อง 7.1.5.2 & 7.1.6: สอบกลับได้ของการวัด/การจัดการความรู้—เตรียมหลักฐานที่ “ใช้ได้จริง” ไม่ใช่เอกสารลอย
  4. Design & Development (8.3): หากองค์กรยัง “ยกเว้น” อยู่ ให้ทบทวนอีกครั้งว่ากิจกรรมปรับแต่ง/วิศวกรรมย้อนกลับ/ปรับรุ่นสินค้า เข้าข่ายหรือไม่ เพราะ DIS มีการหยิบหัวข้อนี้มาปรับ. ISO
  5. ข้อมูล & ดิจิทัล: เพิ่มความสามารถการเฝ้าติดตาม/วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน (ข้อ 9) เพื่อป้อนกลับเข้าการวางแผนความเสี่ยง (ข้อ 6)

 

สรุปสั้นที่สุด        

DIS 9001 = ปรับแต่งให้ทันสมัย ไม่ใช่ยกเครื่อง: โครงสร้างเดิมอยู่ครบ แต่ย้ำ ความเสี่ยง–ซัพพลายเชน–ดิจิทัล–ความยั่งยืน และปรับข้อความในหมวดทรัพยากร/ความรู้/การออกแบบให้ชัดขึ้น

           

สิ่งที่ “เปลี่ยนแล้วจริง” ณ วันนี้ คือ Amendment 1:2024 (Climate change ในข้อ 4.1–4.2) ซึ่งองค์กรต้องบูรณาการเข้าระบบทันที

Categories
Event

ระบบมาตรฐาน ISO/TS 22002-100 : 2025 มีเนื้อหาอะไรบ้าง

ระบบมาตรฐาน ISO/TS 22002-100 : 2025 มีเนื้อหาอะไรบ้าง

ระบบมาตรฐาน ISO/TS 22002-100 : 2025 มีเนื้อหาอะไรบ้าง

มาตรฐานใหม่ที่ทุกองค์กรควรรู้

✅ ความสำคัญ:
ISO/TS 22002-100:2025 เป็นมาตรฐานทั่วไป (Generic) ที่ใช้ร่วมกับมาตรฐานเฉพาะทาง เช่น ISO/TS 22002-1 และ ISO/TS 22002-4 เพื่อเสริมประเด็นที่ทุกองค์กรในห่วงโซ่อาหารควรคำนึงถึงอย่างเป็นระบบ

✅ หัวข้อใหม่ที่เพิ่มเข้ามา:

  1. Food Safety Culture: การปลูกฝังวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยอาหารในทุกระดับขององค์กร

  2. Allergen Management: การควบคุมสารก่อภูมิแพ้ในโรงงานอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อผู้บริโภค

  3. Food Loss & Waste: แนวทางลดของเสียตามหลัก Circular Economy เพื่อความยั่งยืน

  4. Environmental Monitoring Program (EMP): การทวนสอบสภาพแวดล้อมแบบเชิงรุก (Proactive)

  5. Preventive Maintenance Integration: การบำรุงรักษาเครื่องจักรแบบเชิงป้องกันที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร

  6. Cybersecurity for Food Safety: การป้องกันความเสี่ยงจากข้อมูลดิจิทัลในกระบวนการผลิตอาหาร


เจาะลึกโครงสร้างใหม่ของ ISO/TS 22002-100:2025

แม่แบบสำคัญที่เปลี่ยนไป

ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างใดที่ยิ่งใหญ่เท่ากับการปฏิวัติครั้งนี้ ISO/TS 22002-100:2025 ถูกออกแบบให้เป็น “แม่แบบหลัก” (Core Template) ของชุดมาตรฐาน ISO/TS 22002 ทั้งหมด โดยนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นระบบและสอดคล้องกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

การปรับเปลี่ยนไม่ใช่แค่การปรับปรุง แต่เป็นการยกเครื่องทั้งระบบ เพื่อให้การนำไปปฏิบัติในห่วงโซ่อาหารมีความสอดคล้องและต่อเนื่องมากขึ้น โครงสร้างใหม่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก:

  1. ส่วนที่ 1: ข้อกำหนดพื้นฐานสากล
    ครอบคลุมข้อกำหนดที่จำเป็นสำหรับทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอาหาร บรรจุภัณฑ์ หรือการบริการด้านอาหาร

  2. ส่วนที่ 2: ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับแต่ละภาคส่วน
    ระบุข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เหมาะสมกับแต่ละประเภทธุรกิจในห่วงโซ่อาหาร

  3. ส่วนที่ 3: การประเมินและการตรวจสอบ
    กำหนดวิธีการตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพของมาตรการควบคุม

โครงสร้างใหม่นี้ใช้แนวคิด “modular approach” ทำให้องค์กรสามารถเลือกปรับใช้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริบทธุรกิจของตนได้ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามทั้งหมดแบบเหมารวม


บทบาทเชิงองค์รวมของ ISO/TS 22002-100:2025 ในชุดมาตรฐาน

มาตรฐานฉบับนี้ไม่ใช่แค่เอกสารแยก แต่ทำหน้าที่เป็น “กระดูกสันหลัง” ที่เชื่อมโยงระบบทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดย:

  1. ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางการอ้างอิง — มาตรฐานอื่นในชุด เช่น ISO/TS 22002-1:2025 (สำหรับการผลิตอาหาร) และ ISO/TS 22002-4:2025 (สำหรับบรรจุภัณฑ์) จะอ้างอิงกลับมาที่ ISO/TS 22002-100 เสมอ

  2. สร้าง กรอบแนวคิดร่วม — กำหนดภาษาและนิยามเดียวกัน ลดความคลุมเครือในการตีความและนำไปปฏิบัติ

  3. ทำหน้าที่เป็น ตัวเชื่อมประสาน — สนับสนุนการบูรณาการระบบความปลอดภัยอาหารระหว่างองค์กรในห่วงโซ่อุปทานให้ราบรื่น

  4. ขยายขอบเขตสู่ การจัดการความเสี่ยงแบบบูรณาการ — ไม่เพียงแต่ครอบคลุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารแบบดั้งเดิม แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงด้าน Food Fraud และ Food Defense อย่างเป็นระบบ


ความแตกต่างเชิงโครงสร้างเมื่อเทียบกับเวอร์ชันเดิม

  1. แยกข้อกำหนดทั่วไปออกจากข้อกำหนดเฉพาะ
    เดิม ISO/TS 22002-1:2009 รวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน แต่โครงสร้างใหม่แยก “ข้อกำหนดร่วม/ทั่วไป” ไว้ใน ISO/TS 22002-100:2025 และให้มาตรฐานย่อยอื่นๆ จัดการ “ข้อกำหนดเฉพาะ”

  2. เพิ่มหัวข้อใหม่ที่สำคัญ
    เช่น การจัดการสารก่อภูมิแพ้, การจัดการวัสดุรีไซเคิล, และการจัดการข้อมูลดิจิทัลในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งเวอร์ชันก่อนหน้านั้นไม่มี

  3. ปรับปรุงความเชื่อมโยงระหว่างมาตรฐาน
    การอ้างอิงข้ามกันเป็นระบบ ทำให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ง่ายขึ้นและลดความซ้ำซ้อน

  4. รวมแนวทางปฏิบัติเข้ากับข้อกำหนด
    เวอร์ชันก่อนหน้ามักแยก “ข้อกำหนด” กับ “แนวทางปฏิบัติ” ออกจากกัน ในฉบับใหม่นำแนวทางปฏิบัติมาอยู่ในเนื้อหาหลัก ทำให้เข้าใจบริบทและนำไปใช้ได้เร็วขึ้น


ผลกระทบและข้อคิดเชิงกลยุทธ์

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้จะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวทางที่องค์กรต้องปรับตัวเพื่อรักษาการรับรองระบบ เช่น FSSC 22000 องค์กรที่เริ่มเตรียมตัวล่วงหน้าจะได้เปรียบเรื่องความพร้อมและความต่อเนื่องในการประยุกต์ใช้

ความท้าทายสำคัญ คือการเปลี่ยนมุมมองจากการมองมาตรฐานแต่ละฉบับแยกกัน มาเป็นการมองภาพรวมแบบบูรณาการ ที่มี ISO/TS 22002-100:2025 เป็นศูนย์กลาง


5. การเปลี่ยนแปลงหลักที่ผู้ประกอบการอาหารต้องรู้เกี่ยวกับ ISO/TS 22002-1:2025

หมายเหตุ: ISO/TS 22002-100 จะทำหน้าที่เป็น “ข้อกำหนดร่วม” (Core requirements) ที่ต้องใช้เสมอเมื่อใช้งานมาตรฐานอื่นในชุด ส่วน ISO/TS 22002-1:2005 ยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับโรงงานผลิตอาหาร


การให้คำปรึกษา

เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์สูง พร้อมดูแลในทุกขั้นตอน ตั้งแต่อบรม, จัดทำเอกสาร, เตรียมความพร้อมเพื่อขอรับรองระบบมาตรฐาน ไปจนถึงการได้รับใบรับรองจริง ช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ, ขยายช่องทางขาย และสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า

พิเศษสำหรับลูกค้า 20 บริษัทแรก ที่ต้องการขอรับรองมาตรฐาน

ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราให้คำปรึกษาไปแล้วมากกว่า 1,200 องค์กร และช่วยให้ลูกค้าได้รับการรับรองมากกว่า 3,000 ใบ

เราเป็นมืออาชีพด้านที่ปรึกษาและการฝึกอบรมระบบคุณภาพ พร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย


ทีมที่ปรึกษา

● ทางเรามีทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญระบบมาตรฐาน ที่จะเข้าไปช่วยจัดเตรียมทุกอย่างเพื่อขอรับรองระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงได้รับใบรับรอง

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Mobile: 086-322-8834, 062-629-7498
Email: qsgbtransform@gmail.com
Line ID: @qsgbconsult

Categories
Event

BRCGS Packaging Material Issue 7

BRCGS Packaging Material Issue 7 ทางเลือกสำคัญระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจ

“BRCGS Packaging Material Issue 7 ทางเลือกสำคัญระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจ”

เปิดโลกมาตรฐาน BRCGS: ทำไมเจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญ

ไม่ทำ BRCGS = เสียโอกาส? ความจริงที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน

เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค มาตรฐานนี้ครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และระบบบริหารจัดการความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการป้องกันการปนเปื้อนและการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ในตลาดโลกปัจจุบัน มาตรฐาน BRCGS ได้กลายเป็นใบเบิกทางสำคัญสำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือ

ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่และบริษัทอาหารระดับโลกต่างกำหนดให้ซัพพลายเออร์บรรจุภัณฑ์ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าบรรจุภัณฑ์มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งาน

การขาดการรับรองมาตรฐานนี้อาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจมูลค่ามหาศาลและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

การปรับปรุงจาก Issue 6 มาเป็น Issue 7 มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มงวดด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร (Food Safety Culture) การประเมินความเสี่ยงที่ครอบคลุมมากขึ้น และการตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับการป้องกันการปลอมปนและการก่อการร้ายทางอาหาร (Food Fraud and Food Defense) รวมถึงการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น


ทำไมเจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับ BRCGS Packaging Material Issue 7?
ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่การแข่งขันสูงขึ้นและผู้บริโภคมีความคาดหวังด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากขึ้น การมีมาตรฐาน BRCGS Packaging Material Issue 7 เป็นสิ่งจำเป็นด้วยเหตุผลหลายประการ

1.สร้างความเชื่อมั่น: การได้รับการรับรอง BRCGS แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคุณในการผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้บริโภค

2.เปิดโอกาสทางธุรกิจ: มาตรฐานนี้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การมีใบรับรองจะช่วยเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ ๆ และเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจกับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

3.ลดความเสี่ยง: การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ BRCGS ช่วยลดความเสี่ยงจากการเรียกคืนสินค้า ข้อร้องเรียนของลูกค้า หรือปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

4.เพิ่มประสิทธิภาพ: การนำระบบ BRCGS มาใช้จะช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยรวม

5.ความได้เปรียบทางการแข่งขัน: ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การมี BRCGS จะช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

การไม่ปฏิบัติตาม BRCGS เท่ากับการเสียโอกาส?
อาจทำให้ธุรกิจของคุณเสียโอกาสที่สำคัญหลายอย่าง

1.พลาดโอกาสทางธุรกิจ บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งกำหนดให้ซัพพลายเออร์วัสดุบรรจุภัณฑ์ต้องมี BRCGS หากคุณไม่มี การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้จะถูกจำกัด

2.สูญเสียความน่าเชื่อถือ หากเกิดปัญหาด้านคุณภาพหรือความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ และคุณไม่มีมาตรฐานรองรับ ความน่าเชื่อถือของธุรกิจคุณจะลดลงอย่างมาก ซึ่งยากที่จะกู้คืน

3.ต้นทุนที่สูงขึ้นในระยะยาว: การไม่ลงทุนในระบบคุณภาพตั้งแต่ต้น อาจนำไปสู่ต้นทุนที่สูงขึ้นในภายหลังจากการแก้ไขปัญหา การเรียกคืนสินค้า หรือค่าปรับ

4.การแข่งขันที่เสียเปรียบ: ในตลาดที่ผู้ผลิตรายอื่นมี BRCGS การที่คุณไม่มีจะทำให้คุณอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น การให้ความสำคัญและลงทุนกับการปฏิบัติตามมาตรฐาน BRCGS Packaging Material Issue 7 จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความยั่งยืนและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

คุณพร้อมที่จะยกระดับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของคุณด้วย BRCGS แล้วหรือยัง?

🆘 หากต้องการ
✅ ที่ปรึกษาระบบคุณภาพ
✅ วิทยากรอบรมมืออาชีพ
✅ หรือมีข้อสงสัยสามารถ Inbox สอบถามเข้ามาได้ บริษัทและทีมงานพร้อมให้บริการทุกท่านด้วยความยินดีครับ 🤙
☎ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Mobile : 086-322-8834 , 096-881-2016
Email : qsgbtransform@gmail.com
Line ID : @qsgbconsult

Categories
Event

Sedex SMETA 7.0 มาแล้ว

Sedex SMETA 7.0 มาแล้ว

🎉Sedex SMETA 7.0 มาแล้ว

🗞Sedex (Supplier Ethical Data Exchange) มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 60,000 รายทั่วโลก ครอบคลุมธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่น ยานยนต์ และการค้าปลีก มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี และมีมูลค่าซื้อขายต่อปีมหาศาล

📍ทำไมถึงต้องมีระบบ Sedex

1. ช่วยให้เข้าใจถึงหลักการและข้อกำหนดในการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ไม่เพียงแค่ปฏิบัติตามกฎหมายสากล แต่ยังสามารถยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นได้อีกด้วย

2. ลูกค้าและนักลงทุนมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในการปฏิบัติตามจริยธรรมของธุรกิจมากขึ้น แสดงถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามจริยธรรม ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์น่าเชื่อถือและน่าจดจำ

3. บริหารจัดการซัพพลายเออร์อย่างมีประสิทธิภาพ เรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือของ Sedex ในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ ลดความเสี่ยง และทำให้ซัพพลายเชนของคุณสอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมที่ตั้งไว้

#ราคาพิเศษ
✅สำหรับลูกค้า 20 บริษัทแรก ที่ต้องการขอรับรองมาตรฐานเพื่อที่จะขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างเร่งด่วน
.
👍ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา เราให้ได้ให้คำปรึกษาไปแล้วกว่า 1,200 องค์กร
และ ช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับการรับรองแล้วมากกว่า 3,000 ใบ
.
👩‍💻เรา เป็น มืออาชีพ ด้านที่ปรึกษา และการฝึกอบรมระบบคุณภาพ
พร้อมแล้วที่จะดูแลเรื่องมาตรฐานคุณภาพ จากเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย
.
https://qsgb.net/
.
#ทีมที่ปรึกษา
●ทางเรามีทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวฐานระบบมาตรฐาน ที่จะเข้าไปช่วยจัดเตรียมทุกอย่างเพื่อขอรับรองระบบมาตรฐาน ตั้งแต่ต้นจนถึงได้ใบรับรอง
.
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

🆘 หากต้องการ
✅ ที่ปรึกษาระบบคุณภาพ
✅ วิทยากรอบรมมืออาชีพ
✅ หรือมีข้อสงสัยสามารถ Inbox สอบถามเข้ามาได้ บริษัทและทีมงานพร้อมให้บริการทุกท่านด้วยความยินดีครับ 🤙
☎ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Mobile : 086-322-8834 , 081-989-3239
Email : qsgbtransform@gmail.com
Line ID : @qsgbconsult

ระบบที่เรามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษได้แก่
#GHPs #HACCP #HALAL #BRCGSFood #BRCGSPackaging #BRCGS #FSSC22000 #ISO9001 #ISO14001 #ISO22000 #ISO45001 #ISO50001 #ISO15378 #ISO13485 #SEDEX #BSCI #SA8000 #BSCI #HARA #HaRM #SMETA #ISCC #ISCCPLUS #RECYCLE #พลาสติก #ESG #GRS #สารก่อภูมิแพ้ #FoodAllergen #SEDEX