Categories
Event

ต้อง Recall ตอนนี้… แต่เดี๋ยวก่อน สินค้าล็อตนี้ส่งไปไหนบ้างนะ?!

ต้อง Recall ตอนนี้... แต่เดี๋ยวก่อน สินค้าล็อตนี้ส่งไปไหนบ้างนะ?!

🚨 ด่วน! ลูกค้าแจ้งสินค้ามีปัญหา ต้อง Recall ตอนนี้… แต่เดี๋ยวก่อน สินค้าล็อตนี้ส่งไปไหนบ้างนะ?! 😱

หลายคนคิดว่าการ Recall คือการเอารถไปรับของคืน แต่วิกฤตแบบนี้ ปัญหาไม่ได้เริ่มที่รถ แต่มันเริ่มจาก “ข้อมูล” ล้วนๆ! 📊

พระเอกที่จะมาช่วยกู้สถานการณ์นี้คือระบบ Traceability (การสอบกลับได้) 🔍 ซึ่งไม่ใช่แค่การแปะเลข Lot ลงบนถุง แต่ระบบที่ดีต้องตามหาความจริงได้ 2 ทิศทาง:

⏪ 1. Backward Traceability (ตามหาบรรพบุรุษ): ถ้าสินค้าปลายทางมีปัญหา ต้องสืบย้อนกลับได้ว่า ผลิตวันไหน ใครทำ ใช้วัตถุดิบล็อตไหน และมาจากซัพพลายเออร์เจ้าไหน

⏩ 2. Forward Traceability (ตามไปข้างหน้า): ถ้ารู้ว่า “วัตถุดิบ” มีปัญหา ต้องเช็คได้ทันทีว่า ถูกนำไปผลิตเป็นสินค้าอะไร ล็อตไหน ส่งไปให้ลูกค้าคนไหนบ้าง หรือยังเหลือในคลังเท่าไหร่

สรุปง่ายๆ ระบบ Traceability ที่ดี ต้องรู้ว่า “มาจากไหน” และ “ไปอยู่ที่ใครแล้ว” 📦✨

ธุรกิจของคุณมีระบบ Traceability ที่พร้อมรับมือหรือยัง? คอมเมนต์มาคุยกันได้เลย! 👇

#Traceability #การสอบกลับได้ #ระบบจัดการคุณภาพ #Recallสินค้า #โรงงาน #QC #QA #ความรู้ธุรกิจ #SupplyChain

Categories
Event

รู้หรือไม่? มาตรฐาน ISO 14001:2026 จะทำให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยว่า องค์กรของเรากำลังสร้างผลกระทบต่อโลกมากแค่ไหน

รู้หรือไม่? มาตรฐาน ISO 14001:2026 จะทำให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยว่า องค์กรของเรากำลังสร้างผลกระทบต่อโลกมากแค่ไหน

“หลายคนมักเข้าใจผิดว่า การทำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (EMS) คือการดูแลแค่ ‘สิ่งที่อยู่ภายในรั้วโรงงาน’

แต่ความจริงแล้ว การวิเคราะห์ ‘บริบทองค์กร’ บังคับให้เราต้องมองกว้างกว่านั้น โดยประเมินผลกระทบตลอดทั้งห่วงโซ่ ซึ่งสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ได้ 4 ประเด็นครับ”

ประเด็นที่ 1: สภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เช่น อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น > แหล่งปลาเปลี่ยนที่ > เรือประมงต้องเดินทางไกลขึ้น > เผาผลาญเชื้อเพลิงมากขึ้น > สุดท้ายคือปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) เข้าสู่ชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้น

ประเด็นที่ 2: ทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)

หากจับสัตว์น้ำเกินขนาดจนเสียสมดุล นอกจากจะกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว องค์กรยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่วัตถุดิบจะขาดแคลนในอนาคต

ประเด็นที่ 3: กฎหมายและข้อกำหนดจากลูกค้า (Compliance)

ไม่ใช่แค่กฎหมายในประเทศ แต่ต้องมองถึงข้อกำหนดของประเทศปลายทาง เช่น การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ว่าวัตถุดิบไม่ได้มาจากการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU)

ประเด็นที่ 4: ประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต

การจัดการภายในยังคงสำคัญ หากระบบบำบัดน้ำเสียไม่ได้มาตรฐาน ปล่อยค่า COD/BOD สูง หรือเครื่องจักรใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง ผลกระทบจะตามมาทั้งในรูปของต้นทุนที่พุ่งสูงและการถูกร้องเรียนจากชุมชน

“การวิเคราะห์บริบทองค์กร จึงไม่ใช่แค่การทำ ‘เช็คลิสต์’ ตามข้อกำหนด

แต่คือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้บริหารและทีมงาน มองเห็น ‘ความเสี่ยง’ และ ‘โอกาส’ ได้อย่างแท้จริง ก่อนที่ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจะย้อนกลับมากระทบธุรกิจ”

ทำไมมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมถึงต้องให้ความสำคัญกับ “บริบทองค์กร”?

คลิปนี้สรุปแก่นสำคัญของการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรั้วโรงงาน แต่ครอบคลุมตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า เพื่อให้องค์กรสามารถระบุความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และข้อกฎหมายที่เข้มงวดขึ้นได้อย่างแม่นยำ

Categories
Event

การสร้าง วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยอาหาร

10 คาถา ป้องกัน CAR จาก Auditor!

การสร้าง วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยอาหาร Food Safety Culture

วันที่ Auditor เข้าตรวจ ทุกอย่างเป๊ะ! แต่พอ Auditor กลับ… โรงงานคุณเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า? 

รู้หรือไม่? ระบบที่ดีไม่ได้การันตีว่าเรามี “วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร (Food Safety Culture)”

เพราะ Food Safety ไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝาย QA หรือแค่การสอบผ่านหลังอบรม แต่มันคือ “สิ่งที่เราทำเป็นประจำทุกวัน แม้ในตอนที่ไม่มีใครมอง!” 👀

สรุปทริคสร้าง Food Safety Culture ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร:

✅ หัวหน้าต้องทำให้เห็น: กฎต้องเป็นกฎ แม้ในเวลาเร่งด่วน ผู้นำต้องเป็นแบบอย่าง

✅ บอก “เหตุผล” ไม่ใช่แค่คำสั่ง: พนักงานจะทำได้ดีขึ้นถ้าเข้าใจว่า “ทำไมถึงต้องทำ” และส่งผลต่อผู้บริโภคอย่างไร

✅ กล้าพูดเมื่อเจอความเสี่ยง: สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พนักงานกล้ารายงานปัญหา โดยไม่ต้องกลัวโดนด่า

✅ ทำถูกให้เป็นเรื่องง่าย: อุปกรณ์ต้องพร้อม จุดล้างมือต้องใกล้ ขั้นตอนต้องไม่ซับซ้อนจนคนอยากหาทางลัด

✅ ชื่นชมคนทำถูก: อย่าจำพนักงานได้แค่ตอนทำผิด แต่ต้องชื่นชมตอนที่พวกเขาช่วยป้องกันปัญหาด้วย!

❓ ลองถามตัวเองดู: “ถ้าวันนี้ไม่มี Auditor ไม่มีหัวหน้า และไม่มีใครมอง… เรายังเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ไหม?” ถ้าคำตอบคือ “ใช่” นั่นแหละครับคือ Food Safety Culture ที่แท้จริง!

✨ ถ้าคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ กดแชร์คลิปนี้ไปให้เพื่อนร่วมงานดูได้เลย!

💬 และใครอยากให้ทำคลิปต่อ “วิธีประเมิน Food Safety Culture ในโรงงาน” พิมพ์คำว่า “Culture” คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ! 👇

#FoodSafety #FoodSafetyCulture #ความปลอดภัยอาหาร #อุตสาหกรรมอาหาร #โรงงานอาหาร #QA #QC #มาตรฐานอาหาร #ความรู้โรงงาน #AduCatE

Categories
Event

งานเข้า! วัตถุดิบพังแค่ 1 ล็อต ทำของพังทั้งโรงงานได้ไง?

งานเข้า! วัตถุดิบพังแค่ 1 ล็อต ทำของพังทั้งโรงงานได้ไง?

งานเข้า! วัตถุดิบพังแค่ 1 ล็อต ทำของพังทั้งโรงงานได้ไง? 

รู้ไหมครับว่า… ถ้าน้ำมันพืชแค่ 1 ล็อตเกิดมีปัญหา แต่ดันถูกเอาไปผลิตทูน่ากระป๋องซะแล้ว โรงงานเขาต้องรับมือยังไงไม่ให้เรื่องบานปลาย?

วันนี้มาดู 9 ขั้นตอน “การเรียกคืนสินค้า” (Product Recall) ฉบับเข้าใจง่ายสุดๆ ใครทำธุรกิจต้องรู้ไว้เลยครับ! 👇

1️⃣ ตั้งสติ เช็คให้ชัวร์: พอรู้ว่าของมีปัญหาปุ๊บ อย่าเพิ่งแพนิก! ตรวจผล Lab ให้แน่ใจก่อนว่าผิดปกติจริงไหม รุนแรงแค่ไหน

2️⃣ สั่ง “หยุด” ทุกอย่าง: เบรกการผลิตทันที! และกักของในโกดังไว้ ห้ามแอบส่งออกไปเด็ดขาด

3️⃣ ตามสืบเส้นทาง: เช็คประวัติด่วนว่า วัตถุดิบล็อตนี้ถูกเอาไปทำสินค้าตัวไหนบ้าง และส่งไปขายที่ร้านไหนแล้ว

4️⃣ กระจายข่าว: รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง อย., ร้านค้าตัวแทน และทีมงานในบริษัทให้รับรู้ตรงกัน

5️⃣ เรียกของคืนด่วน!: ประกาศให้ร้านค้าและลูกค้า ส่งของล็อตที่มีปัญหากลับมาที่โรงงาน

6️⃣ เช็คยอดให้เป๊ะ: นับดูว่าผลิตไปเท่าไหร่ เรียกคืนมาได้ครบไหม เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีของอันตรายหลุดรอดไป

7️⃣ หาต้นตอให้เจอ: เป็นนักสืบหาตัวการว่า ปัญหานี้หลุดมาได้ยังไง จะได้ไม่แก้แค่ปลายเหตุ

8️⃣ อุดรอยรั่ว: วางมาตรการป้องกันใหม่ เพื่อให้ชัวร์ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำสอง!

9️⃣ จริงใจกับลูกค้า: กล้าออกมาขอโทษ และอธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา

การเรียกคืนสินค้า “ไม่ใช่ความล้มเหลว” นะครับ แต่คือ “ความรับผิดชอบ” ที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาเชื่อใจเรามากกว่าเดิม 

📌 ใครทำธุรกิจหรือทำงานสายผลิต เซฟคลิปนี้เก็บไว้เลย หรือแท็กเรียกเพื่อนๆ ในทีมมาดูด่วน!

#ทำธุรกิจ #ความรู้โรงงาน #เรียกคืนสินค้า #ProductRecall #ความรับผิดชอบ #แชร์ทริค #สาระความรู้

Categories
Event

10 คาถา ป้องกัน CAR จาก Auditor!

10 คาถา ป้องกัน CAR จาก Auditor!

🚨 10 คาถา ป้องกัน CAR จาก Auditor!

เคยไหมครับ? พอได้ยินคำว่า “Auditor มาแล้ว!” โรงงานที่เคยเดินชิลๆ ก็วุ่นวาย เคลื่อนที่เร็วกว่าสายพานการผลิตซะอีก หลายคนคิดว่าวิธีป้องกัน CAR (Corrective Action Request) คือการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เสียใจด้วยครับ เพราะ CAR ไม่ได้เกิดจากดวง!

วันนี้ผมสรุป 10 คาถาเด็ดจากคลิปนี้มาให้เอาไปปรับใช้กันครับ

💡 10 เช็กลิสต์รอดพ้น CAR แบบไม่ต้องพึ่งดวง

1.เขียนอย่างไร ทำอย่างนั้น: ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ออดิเตอร์ แต่อยู่ที่ SOP กับการทำงานจริงไปกันคนละทิศละทาง

2.ทำแล้วต้องมีหลักฐาน: ประโยคคลาสสิก “ทำค่ะ แต่ไม่ได้บันทึก” ใช้ไม่ได้ผล เพราะออดิเตอร์ตรวจความจำของเราไม่ได้

3.บันทึกต้องจริง ไม่ใช่แค่สวย: ถ้ารายงานดูดี 100% ไม่มีผิดเพี้ยนเลย ออดิเตอร์จะไม่ดีใจ แต่จะเริ่มสงสัยแทน

4.เจอปัญหา อย่าซุก: ความผิดปกติไม่ใช่ความลับ ต้องหยุด แจ้ง กักกัน บันทึก และตรวจสอบให้ชัดเจน

5.แก้ปัญหาที่ Root Cause: อย่าแก้แค่สิ่งที่เห็น เช่น เอาผ้ามาเช็ดน้ำมันที่พื้น แต่ต้องหาให้เจอว่าน้ำมันรั่วมาจากไหน

6.เซ็นชื่อไม่เท่ากับเข้าใจ: ใบเซ็นชื่ออบรมยืนยันแค่ว่าเคยเข้าห้องเรียน แต่ไม่ได้ยืนยันว่าพนักงานหน้างานจะทำได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุจริง

7.หน้างานต้องตรงกับเอกสาร: สิ่งที่เขียน สิ่งที่ติดป้าย และสิ่งที่เกิดจริงต้องตรงกันเป๊ะ

8.เจอ Gap ก่อนออดิเตอร์: Internal Audit ต้องกล้าหาข้อบกพร่อง เพื่อให้เรามีเวลาแก้ไขก่อนวันตรวจจริง

9.ผู้บริหารต้องรู้ก่อนวันสุดท้าย: Management Review มีไว้เพื่อให้ผู้บริหารเห็นปัญหา ตัดสินใจ และจัดสรรทรัพยากรแก้ไข ไม่ใช่แค่รับฟังรายงาน

10.ทำทุกวัน (365 วัน): เป้าหมายของระบบไม่ใช่การจัดฉากให้สวยแค่วันเดียวเพื่อรอออดิเตอร์ แต่คือการรักษาระบบให้ดีทุกวัน

🛠️ สร้างระบบให้แข็งแรงกว่าที่เคย

จำไว้นะครับว่า CAR ไม่ได้เกิดจากตัว Auditor เขาเป็นเพียงคนที่มาช่วย “เปิดไฟ” ให้เราเห็นช่องโหว่ในระบบเท่านั้น อยากได้ CAR น้อยๆ ไม่ต้องไปสั่งกาแฟหวานน้อยเอาใจใคร แต่ให้หันมาสร้างระบบของเราให้แข็งแรงและทำตามสิ่งที่เราเขียนไว้อย่างสม่ำเสมอกันดีกว่าครับ!

โรงงานของคุณมีเทคนิคในการเตรียมตัวรับมือกับ Auditor ยังไงบ้าง ลองคอมเมนต์มาแชร์ความรู้กันหน่อยครับ?

Categories
Event

ISO 9001:2026 กำลังจะมา… แต่หลายโรงงานยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร!

ISO 9001:2026 กำลังจะมา... แต่หลายโรงงานยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร!

🚨 ISO 9001:2026 กำลังจะมา… แต่หลายโรงงานยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร!

อย่ารอให้ Auditor เป็นคนบอกว่าระบบของคุณยังไม่พร้อม!

เมื่อ ISO 9001:2026 ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ องค์กรที่เตรียมตัวก่อน ย่อมได้เปรียบทั้งเรื่องเวลา งบประมาณ และความพร้อมในการตรวจรับรอง

❌ เอกสารยังไม่พร้อม

❌ ไม่แน่ใจว่าระบบปัจจุบันสอดคล้องกับเวอร์ชันใหม่หรือไม่

❌ กังวลว่าจะพบ NC (Nonconformity) ในวันตรวจจริง

หากคุณกำลังคิดแบบนี้…

✅ ถึงเวลาทำ PRE AUDIT แล้ว!

เราพร้อมเข้าไปตรวจประเมินความพร้อมขององค์กรก่อนการตรวจจริง เพื่อค้นหาช่องว่างของระบบและให้คำแนะนำในการปรับปรุงอย่างตรงจุด

Aducate มีบริการ PRE AUDIT เตรียมความพร้อมก่อนตรวจจริง

✅ตรวจประเมินระบบตามแนวทาง ISO 9001:2026

✅ค้นหาจุดเสี่ยงและจุดที่ต้องปรับปรุงล่วงหน้า

✅ให้คำแนะนำแบบใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่เช็กลิสต์

✅ช่วยลดโอกาสเกิด Nonconformity (NC)

✅เพิ่มความมั่นใจให้ทีมงานก่อนวันตรวจจริง

สิ่งที่คุณจะได้รับ

🔎 ตรวจประเมินระบบตามแนวทาง ISO 9001:2026

📋 ค้นหาประเด็นที่ต้องปรับปรุงก่อนวันตรวจจริง

🛠️ ให้คำแนะนำและแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ

🛡️ ลดความเสี่ยงในการพบ Nonconformity (NC)

📈 เพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริหารและทีมงาน

🎯 เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ Certification Audit

เหมาะสำหรับ

🏭 โรงงานที่กำลังเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ ISO 9001:2026

🏢 องค์กรที่ต้องการต่ออายุใบรับรอง

📑 บริษัทที่ต้องการตรวจเช็กความพร้อมของระบบก่อนการตรวจจริง

🔥 ราคาเริ่มต้นเพียง 29,000 บาท

การเตรียมตัวก่อน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย…

แต่คือการลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เสียเวลา เสียงบประมาณ และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

📞 สอบถามรายละเอียด

086-322-8834

062-629-7498

อย่ารอให้มาตรฐานประกาศใช้แล้วค่อยเริ่ม…

เพราะคนที่เตรียมพร้อมก่อน คือคนที่ผ่านการตรวจได้อย่างมั่นใจที่สุด

Categories
Event

ISO 14001:2026 ออกแล้ว! องค์กรคุณพร้อมแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?

Public Training Online ISO 14001:2026

🔥 Public Training Online ISO 14001:2026 (Environmental Management System)

ลงทะเบียน : https://forms.gle/kmfJ8P2G3tE2cWof6

💥 อัปเดตใหม่ล่าสุด + สอนแบบที่ “ไม่มีใครสอน”

🚨 ISO 14001:2026 “เวอร์ชันล่าสุด” อัปเดตใหม่แล้ว!

พร้อมหรือยัง…กับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะถูกใช้ในการ Audit เร็ว ๆ นี้?

❗ ถ้ายังใช้ความรู้เวอร์ชันเก่า

👉 เสี่ยง “ไม่สอดคล้อง” โดยไม่รู้ตัว

👉 Requirements + Guidance for Use

(ไม่ใช่แค่รู้ข้อกำหนด แต่รู้ “วิธีใช้จริง”)

❗ ปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอ

เรียน ISO แต่ยังเอาไปใช้ไม่ได้

ไม่เข้าใจว่าต้องทำแค่ไหนถึงผ่าน Audit

ใช้วิธีเดิมจากเวอร์ชันเก่า

👉 นี่คือเหตุผลที่คุณต้องอัปเดต “ISO 14001:2026”

🚀 คอร์สนี้ให้คุณมากกว่าคำว่า “เรียน”

✔ เข้อกำหนด Requirements ISO 14001:2026

✔ เคำแนะนำในการประยุกษ์ใช้ Guidance for Use

✔ เการเปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชันก่อน

✔ เการเตรียมพร้อมสำหรับ Audit

✔ เตัวอย่างการทำงานจริงในองค์กร

📌 สอนครบ + ลึก ด้วยสไลด์กว่า 300 หน้า

📅 วันอบรม

🗓 7 พฤษภาคม 2569

⏰เวลา 09.00 – 16.00 น. (Online)

💻Microsoft Teams

💰 ราคาพิเศษ

🔥 เพียง 2,990 บาท / ท่าน

🔥Promotion แบบกลุ่ม

7,200 / 3 ท่าน

9,000 / 5 ท่าน

🎯 เหมาะกับใคร?

องค์กรที่ต้อง Transition สู่เวอร์ชันใหม่

ผู้ดูแลระบบ ISO / EMS

Internal Auditor / MR

ผู้ที่ไม่อยาก “ตกเทรนด์มาตรฐานใหม่”

🚨 อย่ารอให้ลูกค้าหรือ Auditor เป็นคนบอกว่า “คุณยังไม่อัปเดต”

👉 มาเรียนก่อน ปรับก่อน ได้เปรียบก่อน

📞 สมัครเลย (ที่นั่งจำกัด)

📱 086-322-8834

📱 081-989-3239

📧 qsgbtransform@gmail.com

Categories
Event

ISO 14001:2026 ออกแล้ว! องค์กรคุณพร้อมแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?

ISO 14001:2026 ออกแล้ว! องค์กรคุณพร้อมแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?

ISO 14001:2026 ออกแล้ว! องค์กรคุณพร้อมแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?

องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) ได้ประกาศใช้ ISO 14001:2026 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2026

มาตรฐานฉบับใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ ISO 14001:2015 รวมถึง Amendment ด้าน Climate Change ปี 2024 อย่างสมบูรณ์

มีอะไร “เปลี่ยนไป” บ้าง?
การปรับปรุงครั้งนี้เน้นแนวคิดสำคัญคือ “ชัดเจนขึ้น แต่ไม่ซับซ้อนขึ้น” และ “เชื่อมโยงกับบริบทโลก โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม”
ไฮไลต์สำคัญ 6 ประการที่องค์กรต้องรู้

1. Climate Change & Environmental Context (Clause 4) ไม่ใช่แค่เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อีกต่อไป แต่มีการเพิ่มมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมแบบรอบด้าน เช่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ระดับมลพิษ และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสะท้อนแนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) แบบองค์รวม

2. Risk & Opportunity (Clause 6.1) ปรับโครงสร้างใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยแยกความเสี่ยง (Risk) และโอกาส (Opportunity) ออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นความเสี่ยงในเชิงกลยุทธ์ และสามารถวางแผนจัดการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

3. Lifecycle Thinking ชัดเจนขึ้น (Clause 6.1.2) เพิ่มคำอธิบายเพื่อเน้นย้ำว่า องค์กรต้องคำนึงถึง “ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต” ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดทิ้ง

4. การบริหารการเปลี่ยนแปลง (New Clause 6.3) เพิ่มข้อกำหนดใหม่ที่ระบุให้องค์กรต้องมีระบบการจัดการ “การเปลี่ยนแปลง” ภายในองค์กรอย่างเป็นขั้นตอน

5. ควบคุม Outsource แบบครบมิติ (Clause 8.1) จากเดิมที่ควบคุมเพียงกระบวนการที่จ้างหน่วยงานภายนอก ปัจจุบันได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมไปถึง กระบวนการ สินค้า และบริการจากภายนอกทั้งหมด

6. Improvement (Clause 10) มีการจัดกลุ่มและเรียงลำดับใหม่ แต่ยังคงยึดถือหลักการเดิมเป็นสำคัญ รวมถึงการปรับปรุง Annex A (Guidance) ครั้งใหญ่ เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานตีความข้อกำหนดต่างๆ ได้ชัดเจนและนำไปใช้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period)
ISO กำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านไว้ที่ 3 ปี โดยทุกองค์กรจะต้องดำเนินการปรับระบบให้แล้วเสร็จภายในเดือน พฤษภาคม 2029
องค์กรควรเริ่มต้นอย่างไร? หากคุณยังไม่ได้เริ่มเตรียมตัว นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุด โดยมีขั้นตอนที่แนะนำดังนี้:
• ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของข้อกำหนดมาตรฐานใหม่
• จัดอบรมบุคลากรให้เข้าใจข้อกำหนดที่เปลี่ยนไป
• ทำ Gap Analysis เพื่อประเมินจุดที่ระบบเดิมยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่
• วางแผนและดำเนินการปรับปรุงระบบ
• เตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมิน (Audit)

Aducate พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ในการ Transition ของคุณ
เรามีบริการที่ครอบคลุมเพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านระบบขององค์กรคุณเป็นไปอย่างราบรื่น:
• Webinar: สรุปการเปลี่ยนแปลง เข้าใจประเด็นสำคัญได้รวดเร็วใน 1 วัน
• Training: การอบรมเชิงลึก สำหรับทีมงานและบุคลากรทุกระดับ
• Consulting Project: บริการที่ปรึกษาแบบลงมือทำจริง
• Transition Audit: ตรวจประเมินเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับมาตรฐานใหม่

อย่ารอให้ใกล้ Deadline แล้วค่อยเริ่ม องค์กรที่เริ่มเตรียมตัวก่อนย่อมได้เปรียบ ทั้งในด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด ภาพลักษณ์องค์กร การดำเนินงานตามแนวทาง ESG และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สนใจเริ่มต้นวันนี้ สามารถติดต่อ QSG B Transform เพื่อขอรับคำปรึกษา ขอ Roadmap สำหรับการ Transition หรือขอรับ Proposal สำหรับการฝึกอบรมและบริการที่ปรึกษาได้ทันที

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Phone : 02-297-0090
Mobile : 086-322-8834 / 062-629-7498
Email : qsgbtransform@gmail.com
Line ID : @qsgbconsult

ระบบที่เรามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษได้แก่

#GHPs #HACCP #HALAL #BRCGSFood #BRCGSPackaging #BRCGS #FSSC22000 #ISO9001 #ISO14001 #ISO22000 #ISO45001 #ISO50001 #ISO15378 #ISO13485 #SEDEX #BSCI #SA8000 #BSCI #HARA #HaRM #SMETA #ISCC #ISCCPLUS #RECYCLE #พลาสติก #ESG #CBAM #GRS

Categories
Event

มอก. 2948–2562 บังคับใช้ (22 มิ.ย. 69) ถ้าไม่ทำ อาจถึงขั้น “หยุดผลิต ห้ามจำหน่าย” เสี่ยงใบอนุญาตถูกเพิกถอน เป็นกฏหมายบังคับจริงจัง

ระบบมาตรฐาน ISO/TS 22002-100 : 2025 มีเนื้อหาอะไรบ้าง

มอก. 2948–2562 บังคับใช้ (22 มิ.ย. 69) ถ้าไม่ทำ อาจถึงขั้น “หยุดผลิต ห้ามจำหน่าย” เสี่ยงใบอนุญาตถูกเพิกถอน เป็นกฏหมายบังคับจริงจัง

โรงงานที่ต้องทำ มอก. 2948–2562

1. โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ
– กล่องอาหารสำเร็จรูป
– ถุงกระดาษใส่อาหาร
– แก้วกระดาษ ฝาแก้ว
– กระดาษห่ออาหาร

2. โรงงานแปรรูป / ขึ้นรูปกระดาษ
– ตัด / พับ / เคลือบ
– ขึ้นรูปเป็นภาชนะ
– บรรจุ ลิ้นชัก ถาดอาหาร
– แยกเกรดและจัดรูปแบบใช้งาน
*แม้ไม่ผลิตกระดาษเอง → เข้าข่ายผู้ผลิต

3. โรงงานเคลือบผิวกระดาษ
– เคลือบ PE / PLA
– เคลือบกันน้ำ กันไขมัน
– เคลือบแก้วกระดาษ
– เคลือบสำหรับอาหารร้อน / เย็น


4. โรงงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์กระดาษ
– พิมพ์โลโก้
– พิมพ์หมึกใกล้ผิวสัมผัสอาหาร
– งานพิมพ์แบรนด์ / OEM
– ใช้หมึก สี หรือสารเคมี


5. ผู้นำเข้า / OEM แม้ไม่มีโรงงานผลิตเอง
– นำเข้า
– จ้างผลิต
– ใช้แบรนด์ตัวเอง

*ต้องขอ มอก. เช่นเดียวกับผู้ผลิต

ผลกระทบหากไม่ทำ มอก.
– ถูกสั่งระงับการผลิต
– ไม่สามารถจำหน่ายสินค้า
– เสี่ยงใบอนุญาตถูกเพิกถอน
– เสียโอกาสทางธุรกิจทันที


บริการของเรา รับขอ มอก. 2948–2562 ครบวงจร
– สมัครขอใบอนุญาต มอก. อย่างเป็นระบบ
– เตรียมเอกสารและระบบให้ถูกต้องตามข้อกำหนด
– เตรียมความพร้อมหน้างาน
– ดูแลระหว่างการตรวจประเมินจากเจ้าหน้าที่
– ลดความเสี่ยง “ไม่ต้องปวดหัวภายหลัง”

ทำไมต้องเตรียมตัวล่วงหน้า? การขอมาตรฐานต้องใช้เวลา หากรอใกล้ถึงวันบังคับใช้ (22 มิ.ย. 69) อาจไม่ทันการณ์ และเสี่ยงต่อโทษหนักสูงสุดถึงขั้น “สั่งปิดโรงงาน”

ทำให้ถูกต้อง ลดความเสี่ยง หมดกังวล ไม่ต้องปวดหัวทีหลัง

ให้มืออาชีพดูแล เพื่อธุรกิจที่ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Phone : 02-297-0090

Mobile : 086-322-8834 / 062-629-7498

Email : qsgbtransform@gmail.com

Line ID : @qsgbconsult

 

ระบบที่เรามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษได้แก่

#GHPs #HACCP #HALAL #BRCGSFood #BRCGSPackaging #BRCGS #FSSC22000 #ISO9001 #ISO14001 #ISO22000 #ISO45001 #ISO50001 #ISO15378 #ISO13485 #SEDEX #BSCI #SA8000 #BSCI #HARA #HaRM #SMETA #ISCC #ISCCPLUS #RECYCLE #พลาสติก #ESG #CBAM #GRS

Categories
Event

สรุปภาพรวม ISO/DIS 9001 (ฉบับร่างล่าสุด) และสิ่งที่เปลี่ยนจาก ISO 9001:2015

ระบบมาตรฐาน ISO/TS 22002-100 : 2025 มีเนื้อหาอะไรบ้าง

สรุปภาพรวม ISO/DIS 9001 (ฉบับร่างล่าสุด) และสิ่งที่เปลี่ยนจาก ISO 9001:2015                

(อ้างอิงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการของ ISO/TC 176/SC 2/WG 29 และบทสรุปสาธารณะของฉบับ DIS ณ กลาง–ปลายปี 2025)                                                                           

หมายเหตุสำคัญ: เอกสาร DIS (Draft International Standard) ยังเป็น “ฉบับร่าง” รายละเอียดอาจมีการแก้ไขก่อนประกาศใช้ฉบับใหม่ การสรุปด้านล่างยึดตามข้อมูลสาธารณะและอัปเดตจากคณะทำงาน WG 29 ของ ISO รวมถึงบทวิเคราะห์จากองค์กร/ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานคุณภาพที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ. ISO+2ISO+2                                                                                                            

1) โครงสร้างและหลักคิดของ ISO/DIS 9001 (ภาพรวม “ทั้งมาตรฐาน”)          

โครงสร้างยังคง 10 ข้อกำหนด ตาม Harmonized Structure (Annex SL) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานระบบบริหารอื่น ๆ (เช่น 14001, 45001 ฯลฯ) โดยเน้นความสอดคล้องและบูรณาการได้ง่ายขึ้น                                                             

แนวคิดหลักยังเหมือนเดิม: โฟกัสลูกค้า, ความเป็นผู้นำ, การมีส่วนร่วมของบุคลากร, กระบวนการ, การปรับปรุง, การตัดสินใจบนฐานข้อมูล, และการบริหารความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย—แต่ ย้ำ “ความเสี่ยง–โอกาส” ให้ชัดและกว้างขึ้น (เช่น ซัพพลายเชน, ความผันผวนตลาด)                                                                         

ประเด็นสมัยใหม่ที่ถูกดึงเข้ามา “เชื่อมโยง”: ดิจิทัล/ข้อมูล, ความยั่งยืน/สภาพภูมิอากาศ (อ้างอิงจาก Amendment 1:2024 ของฉบับปี 2015), และความยืดหยุ่นของซัพพลายเชน—ไม่ใช่การยกเครื่องครั้งใหญ่ แต่ “ปรับแต่งเพื่อความทันสมัย”                      

 

ภาพรวมรายหมวด (Clause-by-clause snapshot)                                                      

ข้อ 4 บริบทองค์กร: คงกรอบเดิม เพิ่มความชัดว่าต้อง “พิจารณาผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภายนอก” เช่น สภาพภูมิอากาศ ตาม Amendment 1:2024 ที่บังคับให้พิจารณาความเกี่ยวข้องของ Climate Change ใน 4.1 และ 4.2                                                 

ข้อ 5 ภาวะผู้นำ: สอดรับโครงสร้างใหม่/ถ้อยคำกลมกล่อมมากขึ้น (เชิงบรรณาธิการ) เพื่อย้ำบทบาทผู้นำในการผลักดันวัฒนธรรมคุณภาพ (quality culture)                                                                                              

ข้อ 6 การวางแผน: ขยาย “การจัดการความเสี่ยงและโอกาส” ให้ครอบคลุมซัพพลายเชน ความผันผวน และการเปลี่ยนแปลงเร็ว (มีบันทึกว่าทีมงานทำงานกับ ข้อ 6.1.3 (หมายเหตุ) ในรอบแก้ไข)                

                                                           

ข้อ 7 การสนับสนุน: มีการทำงานปรับข้อความ/หมายเหตุใน 7.1.3 (โครงสร้างพื้นฐาน), 7.1.4 (สภาพแวดล้อมการปฏิบัติงาน), 7.1.5.2 (การสอบกลับได้ของการวัด) และ 7.1.6 (ความรู้ขององค์กร) เพื่อให้ตีความเสมอต้นเสมอปลายมากขึ้น                   

                                               

ข้อ 8 การดำเนินการ: มีข้อเสนอปรับ 8.3 (การออกแบบและพัฒนา) และการกำกับดูแลซัพพลายเออร์/กระบวนการที่จัดหา “ภายนอก” ให้สอดคล้องแนวเสี่ยง/โอกาสและบทบาทดิจิทัลมากขึ้น                                                                                                      

ข้อ 9 การประเมินสมรรถนะ: เน้นการติดตาม ประเมิน วิเคราะห์–ปรับปรุง ด้วยข้อมูลที่ “ทันสถานการณ์” มากขึ้น (สอดคล้องความคาดหวังยุคดิจิทัล)                                                                                    

ข้อ 10 การปรับปรุง: โครงยังเหมือนเดิม (ไม่ยกเครื่อง CAPA) แต่เน้น “ความมีผล” และ feedback loop เข้าสู่แผนความเสี่ยง/โอกาส. wca-global.com                                                    

ภาคผนวก A และคำจำกัดความ (ข้อ 3): WG 29 รายงานว่ามีการปรับปรุง Annex A และข้อ 3 (ศัพท์/คำจำกัดความ) จากคอมเมนต์ CD2 เพื่อความชัดเจน                                                                                                         

2) สิ่งที่ “เปลี่ยน” จาก ISO 9001:2015 (รวม Amendment 1:2024 ที่มีผลแล้ว)

วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน (ข้อ 9) เพื่อป้อนกลับเข้าการวางแผนความเสี่ยง (ข้อ 6)                         

 

หัวข้อ                                                    

o โครงสร้าง Annex SL                           

o บริบท & ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย           

o ความเสี่ยง–โอกาส (6.1)              

o ทรัพยากร/สภาพแวดล้อม (7.1.3–7.1.4)     

o การวัด & การสอบกลับได้ (7.1.5.2)           

o ความรู้ขององค์กร (7.1.6)            

o ออกแบบและพัฒนา (8.3)             

o ซัพพลายเชน/จัดจ้างภายนอก                      

o ภาคผนวก A (คำอธิบายเสริม)                                                                     

 

ISO 9001:2015 (เดิม)           

+ ใช้อยู่แล้ว แต่ถ้อยคำบางส่วนยังไม่ “ฮาร์โมไนซ์” เต็ม+ พิจารณาปัจจัยภายนอก–ภายในโดยรวม       

+ เน้น risk-based thinking                

+ ข้อกำหนดกว้าง              

+ มีข้อกำหนด                  

+ กำหนดให้ระบุ/ธำรงความรู้              

+ เงื่อนไขชัด แต่ยืดหยุ่น                  

+ ควบคุมผู้ส่งมอบ/กระบวนการที่จัดหา  

+ อธิบายเจตนารมณ์/แนวตีความ                     

 

ISO/DIS 9001 (ฉบับร่าง) / สิ่งใหม่

– ปรับถ้อยคำให้สอดคล้อง Harmonized Structure มากขึ้น (editorial/clarity)

– เพิ่ม Climate Change เป็นประเด็นที่ “ต้องพิจารณาความเกี่ยวข้อง” (Amd 1:2024) และเชื่อมต่อความเสี่ยง/โอกาสชัดขึ้น

– ขยายกรอบความเสี่ยง ให้ครอบคลุมซัพพลายเชน/ความผันผวน (DIS ย้ำมากขึ้น) ปรับ “หมายเหตุ/ถ้อยคำ” ให้ตีความตรงกัน (อยู่ระหว่างจูนข้อความ)

–  ขยาย/ขัดเกลาให้สอดคล้องกับการใช้งานเครื่องมือยุคใหม่

– ปรับความชัดเจนในการจัดเก็บ/ถ่ายทอด (สอดคล้องดิจิทัล)

– มี “ข้อเสนอ” ปรับรายละเอียด/ขั้นตอน และความสอดคล้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบเร็ว

– เน้นผลกระทบความเสี่ยงซัพพลายเชน & ความยืดหยุ่นมากขึ้น

– กำลังปรับละเอียด ตามคอมเมนต์ CD2

 

3) ไทม์ไลน์และการเปลี่ยนผ่าน (Transition) — สิ่งที่ควรรู้ตอนนี้

 

WG 29 รายงานความคืบหน้าของการประชุมถี่ใน พ.ค.–มิ.ย. 2025 ขยับจาก CD2 สู่ฉบับร่างสำหรับ DIS; ฝั่งที่ปรึกษาหลายแห่งคาดการณ์ DIS ช่วงกลางปี 2025–ต้น 2026 และฉบับมาตรฐานใหม่ “คาด” ว่าจะเป็น ISO 9001:2026 (ไทม์ไลน์ขึ้นกับ ISO)

           

องค์กรควรเริ่ม Gap analysis เทียบ 2015(+Amd 2024) กับธีมที่ DIS เน้น เพื่อไม่ตกขบวนเมื่อกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน (โดยประวัติ ISO มักกำหนดราว 3 ปี)   

           

4) คำแนะนำเชิงปฏิบัติ: “ทำอะไรตอนนี้” (ในฐานะคณะทำงาน/ที่ปรึกษา) 

  1. อัปเดตข้อ 4.1–4.2 เรื่อง Climate Change ให้ครบ (เป็นข้อบังคับแล้วตาม Amd 1:2024) และเชื่อมโยงถึง 6.1 ความเสี่ยง–โอกาส
  2. ทบทวนความเสี่ยงซัพพลายเชน (หยุดชะงัก, ผู้ส่งมอบเดี่ยว, ภูมิรัฐศาสตร์) แล้วต่อยอดเป็นเกณฑ์ควบคุมผู้ส่งมอบ/กระบวนการที่จัดหา (ข้อ 8). Management Solutions Group
  3. ชัดเจนเรื่อง 7.1.5.2 & 7.1.6: สอบกลับได้ของการวัด/การจัดการความรู้—เตรียมหลักฐานที่ “ใช้ได้จริง” ไม่ใช่เอกสารลอย
  4. Design & Development (8.3): หากองค์กรยัง “ยกเว้น” อยู่ ให้ทบทวนอีกครั้งว่ากิจกรรมปรับแต่ง/วิศวกรรมย้อนกลับ/ปรับรุ่นสินค้า เข้าข่ายหรือไม่ เพราะ DIS มีการหยิบหัวข้อนี้มาปรับ. ISO
  5. ข้อมูล & ดิจิทัล: เพิ่มความสามารถการเฝ้าติดตาม/วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน (ข้อ 9) เพื่อป้อนกลับเข้าการวางแผนความเสี่ยง (ข้อ 6)

 

สรุปสั้นที่สุด        

DIS 9001 = ปรับแต่งให้ทันสมัย ไม่ใช่ยกเครื่อง: โครงสร้างเดิมอยู่ครบ แต่ย้ำ ความเสี่ยง–ซัพพลายเชน–ดิจิทัล–ความยั่งยืน และปรับข้อความในหมวดทรัพยากร/ความรู้/การออกแบบให้ชัดขึ้น

           

สิ่งที่ “เปลี่ยนแล้วจริง” ณ วันนี้ คือ Amendment 1:2024 (Climate change ในข้อ 4.1–4.2) ซึ่งองค์กรต้องบูรณาการเข้าระบบทันที