Categories
Event

สารก่อภูมิแพ้ (Allergens)

สารก่อภูมิแพ้ (Allergens)

สารก่อภูมิแพ้ (Allergens)


สารก่อภูมิแพ้ (Allergen) หมายคือสารที่ไปสู่ร่างกายแล้วทำให้ร่างกายมีปฏิกิริยาไม่ปกติ จะทำให้เป็นอันตรายเฉพาะคนที่แพ้สารนั้นแค่นั้น ซึ่งอาการแพ้มีได้หลายแบบขึ้นกับประเภทของสารก่อภูมิแพ้แล้วก็ลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล โดยออกอาการทางระบบผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร ระบบฟุตบาทหายใจ มีลักษณะอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายสิ่งหลายอย่างพร้อม

ระบบภูมิต้านทานของร่างกายมีบทบาทจำสิ่งแปลกปลอม ที่จะไปสู่ร่างกายพวกเราแล้วก็สร้างภูมิต้านทานขึ้นประเภทหนึ่ง ที่มีคุณลักษณะเป็นโปรตีนเรียกว่า ไอจีอี (IgE) และก็เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) เข้าไปอีก สารก่อภูมิแพ้จะเข้าจับ ไอจีอี (IgE) ซึ่งอยู่บนเม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวนั้นแตกออก รวมทั้งปลดปล่อยสารประเภทหนึ่งเรียกว่า ฮีสตามีน (Histamine) ออกมา มีผลต่อเยื่อต่างๆก่อให้เกิดการอักเสบได้ เป็นต้นว่า ผิวหนัง ปอด จมูก ไส้ จะออกอาการ อย่างเช่น ผื่นคันที่ผิวหนัง คัดจมูก แน่นหน้าอก เพราะโรคหอบหืด บางรายบางครั้งก็อาจจะร้ายแรงถึงขั้นตายได้ (Anaphylaxis shock)

การแพ้ของกินนั้นเจอได้อีกทั้งในเด็กและก็คนแก่ การแพ้บางประเภทกำเนิดในวัยเด็ก แต่ว่าเมื่อโตขึ้นอาการแพ้จะหายไป อาทิเช่นการแพ้นมวัวรวมทั้งไข่ การแพ้ของกินบางประเภทอาจจะมีการเกิดขึ้นในคนแก่เพียงแค่นั้น

ลักษณะของผู้ที่รับสารก่อภูมิแพ้ภายในร่างกายอาจจะเป็นผลให้มีลักษณะพวกนี้อยู่เป็นประจำ เป็นต้นว่า
• 
คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล
• 
จาม
• 
คันจนถึงร้องไห้
• 
อาการผื่นคัน
• 
ท้องเดิน
• 
คลื่นไส้
• 
หายใจถี่ๆ
• 
ไอแห้งเรื้อรัง
• 
หายใจมีเสียงดังวี้ดหรือเสียงไม่ปกติ

เราจะตรวจหาต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ได้เช่นไร
Allergen Skin Pick Test 
การทดลองภูมิแพ้ทางผิวหนัง (ใช้เข็มสะกิดผิวหนังทำให้เป็นแผลแล้วหยดสารที่สงสัยว่าจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) บนผิวหนัง รอดูผลซึ่งจะเกิดผื่นผื่นคันรอบๆดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ภายในระยะเวลา 10-15 นาที
การตรวจค้น Specific IgE จากเลือด (ด้วยการเจาะเลือดวิธีการแบบนี้เป็นการทดลองหาปฏิกิริยา เฉพาะเจาะจงระหว่างสารภูมิคุ้มกันของร่างกาย IgE กับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) โดยการเจาะเลือดแล้วแยกน้ำเหลือง แล้วก็ทำทดลองกับสารภูมิแพ้ เพื่อจำแนกแยกแยะได้ว่ามีการแพ้จากสารก่อภูมิแพ้ประเภทใด

อาหารที่ถูกระบุว่าเป็นสารก่อภูมิแพ้

สหภาพยุโรป
สหภาพยุโรบ (EU) กำหนดอาหาร 12 จำพวก เป็นอาหารก่อภูมิแพ้ 

เมล็ดพืช (cereal grain) ที่มีกลูเตน (gluten) (อาทิเช่น ข้าวสาลีไรน์ข้าวโพดข้าวบาร์เลย์)
สัตว์น้ำ (fish)
สัตว์น้ำมีเปลือก (crustacean)
นม (รวมถึงน้ำตาล lactose)
ถั่วลิสง (peanut หรือ groundnut)
นัท 
ชนิดต่างๆ(Tree Nuts)
ไข่ (eggs)
ถั่วเหลือง (soybean)
คื่น
ช่าย (celery) รวมทั้งพืชใน Umbelliferae family อาทิเช่น แครอท เซเลรี่ พาร์สลีย์
มัสตาร์ด (mustard)
เม็ดงา

อาหารที่มีการใช้ sulfur dioxideรวมทั้ง สารในกรุ๊ปซัลไฟต์ (sulfites) เพื่อเป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) (ที่มีความเข้มข้นมากยิ่งกว่า > 10 ppm)

ประเทศญี่ปุ่น (www.mhlw.go.jp)

1. ของกินที่จำต้องแปะฉลากของกินก่อภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเจอในจำนวนน้อยเท่าใดก็ตาม ปริมาณ รายการหมายถึงข้าวสาลี โซบะ ไข่ นม รวมทั้งถั่วดิน

2. ของกินที่อาจทำให้กำเนิดภูมิแพ้ได้ รวมทั้งของกินดัดแปลง และก็สารแต่งด้วย ปริมาณ 19 รายการ เป็น

หอย awabi
หอยทากขนาดใหญ่ (abalone)
ปลาหมึก
ไข่ปลา (ikura)
กุ้ง
ปู
ปลาแซลมอน
เนื้อวัว
เจลลาติน (gelatin)
เนื้อหมู
เนื้อไก่
ส้ม
กีวี
วอลนัท (walnut)
ถั่วเหลือง
ลูกพีช (peach)
มันแกว
แอปเปิล
เห็ดโคนญี่ปุ่น (matsutake)


สหรัฐฯ (USA)
สหรัฐฯ (USA) กำหนดอาหาร ประเภท เป็นอาหารก่อภูมิแพ้ ตัวอย่างเช่น

ถั่วลิสง (peanut)
ถั่วเหลือง (soybean)
นม (milk)
ไข่ (egg)
สัตว์น้ำ (fish)
สัตว์น้ำเปลือกแข็ง (crustacean)
นัท (tree nuts)
ข้าวสาลี (wheat)


ใจความที่ต้องแปะฉลาก food allergen ของประเทศสหรัฐอเมริกา


1. Allergen Issue: 
ในกรณี processed food (ไม่เห็นภาวะของวัตถุดิบแล้ว)
List of Ingredients 
นั้นยังคงเดิม แม้กระนั้นให้เพิ่มใจความไว้บน package ว่า This product contains milk, egg, fish, crustacean, shellfish, tree nut , peanut, wheat หรือ soybean (ระบุเฉพาะจำพวกที่เป็นองค์ประกอบและไม่จำเป็นต้องบอกชื่อ common name หรือชื่อประเภทของปลา กุ้ง หอย

This product contains fish.
This product contains fish, wheat and soybeans.
2. Allergen Issue: ในเรื่องที่ของกินไม่ได้ผลิตจาก allergen 8 ประเภท แม้กระนั้นใช้เครื่องปรุงแต่งรส สี หรือกลิ่นที่มีส่วนประกอบประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือหลายแบบของ allergen 8 จำพวก ก็เข้าเกณฑ์จำเป็นต้องปิดฉลากเช่นเดียวกัน ได้แก่

This product contains wheat
This product contains soybeans.
3.Allergen Issue: ในกรณีที่โรงงานครั้งเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับการผลิตของกินชุดเดียว แล้วก็เคยกระทำการผลิตของกินที่มีวัตถุดิบ allergen 8 ประเภท และก็ได้ล้างชำระล้างรวมทั้งตาม เมื่อเอามาสร้างของกินที่มิได้มีส่วนประกอบวัตถุดิบ allergen 8 ประเภท ทาง USFDA ชี้แนะว่าควรจะปิดฉลาก “this product was processed on machinery that was used to process products containing (allergen) ” หรือ” may contain (allergen) ” อย่างเช่น

This product was processed on machinery that was used to process products containing fish. Or
This product may contain fish
4.Allergen Issue: ในกรณี processed food หรือ non-processed food ที่ยังคงเห็นเป็นจำพวกของวัตถุดิบ (วัตถุดิบที่ยังคงภาวะให้มองเห็นได้อยู่อาทิเช่น กุ้งสดแช่แข็ง กุ้งต้มแช่แข็ง ปลาเค็ม ปลารมควัน ปลาทอด ปลากรอบ ถั่วทอด ให้เพิ่มเนื้อความไว้บน package ว่า This product contains, fish, crustacean shellfish, tree or nuts (กำหนดเฉพาะประเภทที่เป็นองค์ประกอบ รวมทั้งจำเป็นที่จะต้องบอกชื่อ common name หรือชื่อประเภทของปลา กุ้ง หอย ถั่ว เป็นต้นว่า

This product contains fish, Nile Tilapia.
This product contains shrimp, black tiger prawn.
This product contains shrimp, Pacific white shrimp.
This product contains nut, peanut.
This product contains nuts (peanut) and shrimp (black tiger shrimp)
การจัดการกับอันตรายของอาหารก่อภูมิแพ้ในอุตสาหกรรมอาหาร

การจัดการหรือควบคุมอาหารก่อภูมิแพ้ในอุตสาหกรรมอาหารได้ เพื่อไม่ให้คนซื้อมีอันตราย หรือมีการแปดเปื้อนอย่างไม่ตั้งใจเกิดขึ้น สามารถทำเป็นหลายแนวทาง ดังต่อไปนี้

การทบทวนรวมทั้งวิเคราะห์อันตรายในระบบ HACCP ของวัตถุดิบรับเข้า ก่อนจะผลิตรวมทั้งสามารถประเมินความเสี่ยงรวมทั้งการจัดการกับ
วัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างแม่นยำ
การปนเปื้อนข้ามในระหว่างขั้นตอนและวิธีการทำความสะอาด จำเป็นจะพินิจแนวทางการผลิตว่าสายการผลิตใดที่มีส่วนประกอบของสารก่อภูมิแพ้ และไม่มีสารก่อภูมิแพ้ เพื่อกำเนิดความมั่นใจและความเชื่อมั่นสำหรับการผลิตที่จะไม่มีช่องทางของการปนเปื้อนข้าม หรือการจัดการในระหว่างการเปลี่ยนสูตรผลิต ควรมีระบบการเปลี่ยนหรือแนวทางการทำความสะอาดที่จะแน่ใจว่าสารก่อภูมิแพ้ไม่หลงเหลือก่อนจะเปลี่ยนแปลงสูตรใหม่ รวมทั้งต้องการมีการทวนสอบด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการ เป็นต้นว่า Bioluminescence testing หรือ Enzyme-Linked ImmunoSorbent Assay (ELISA)
เพื่อมั่นใจยิ่งขึ้น ส่วนเครื่องมือในการทำความสะอาด ควรจะระบุรวมทั้งแยกกันอย่างเห็นได้ชัด
การจัดการกับผลิตภัณฑ์ที่เอามาผลิตใหม่ ( Rework ) จำเป็นต้องแน่ใจว่าจะไม่นำสินค้าที่เกิดขึ้นจากการนำมาผลิตใหม่รวมทั้งมีสารก่อภูมิแพ้มา
ใช้ในลัษณะของการผลิตสูตรที่ปรารถนาปราศจากสารก่อภูมิแพ้
การอนุมัติผู้ขาย ( Supplier approval ) เลือกผู้ขายที่ระบบการจัดการภายในที่ดี ก่อนที่จะมีการอนุมัติอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการวิเคราะห์โรงงานผู้ขาย
เพื่อมั่นใจถึงการจัดการกับสารก่อภูมิแพ้ที่มีคุณภาพ
ความเข้าใจในเรื่องอาหารก่อภูมิแพ้ ควรจะมีการฝึกอบรมให้บุคลากรรู้จัก รวมทั้งตระหนักถึงอาหารก่อภูมิแพ้ การจัดการรวมทั้งทราบถึงอันตราย
ของอาหารก่อภูมิแพ้ที่จะมีผลต่อผู้ซื้อ
ฉลาก ควรมีการกำหนดสารก่อภูมิแพ้ที่ใช้ในสูตรการผลิตให้คนซื้อรู้ เพื่อได้กำเนิดความระมัดระวังในการเลือกซื้อรวมทั้งบริโภค
ทั้งยังเป็นกฎหมายในหลายประเทศ

Categories
Event

อบรมข้อกำหนดระบบมาตรฐาน GHP/HACCP และประกาศกระทรวงสาธารณะสุขฉบับที่ 420 “น้ำส้ม ศิริชิน”

อบรมข้อกำหนดระบบมาตรฐาน GHP/HACCP และ ประกาศกระทรวงสาธารณะสุขฉบับที่ 420 "น้ำส้ม ศิริชิน"

Previous
Next

ภาพบรรยากาศการอบรมข้อกำหนดระบบมาตรฐาน GHP/HACCP และประกาศกระทรวงสาธารณะสุขฉบับที่ 420 ให้กับธุรกิจผลิตน้ำผลไม้ “น้ำส้ม ศิริชิน”

ให้พนักงานเกิดความตระหนักถึงการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยด้านอาหาร และการผลิตอาหารที่มีคุณภาพ เพื่อนำไปปรับใช้กับการทำงาน ให้พนักงานมีความใส่ใจในการผลิตอาหารให้มีความปลอดภัยต่อการบริโภค และถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดกับธุรกิจอาหาร

GHP / Good Hygiene Practice(s) เป็นอย่างไร

GHP ย่อมาจาก Good Hygiene Practice(s)หมายถึงระบบฐานรากที่โรงงานผลิตอาหาร หรือผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ใน
ห่วงโซ่อาหารน่าจะนำไปปรับใช้ ซึ่งจะสามารถสนองตอบแนวนโยบายของหน่วยงานอนามัยโลกที่อยากให้อาหาร
มีความปลอดภัยตั้งแต่ การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ กระทั่งถึงโต๊ะอาหาร ที่เรียกว่า

“FARM TO TABLE” หรือ “FARM TO FALK”

แม้ผู้ประกอบกิจการในห่วงโซ่อาหารเพิกเฉย ไม่ควบคุมการทำงานให้ดีก็จะสามารถทำให้อาหารที่ถึงลูกค้า
มีอันตรายได้ในทุกขั้นตอน รวมทั้งเพื่อเป็นการคุ้มครองดังกล่าวข้างต้น องค์การอนามัยโลก ก็เลยตั้งคณะกรรมการ Codex ขึ้นมา
เพื่อเขียนข้อแนะนำสำหรับในการปฏิบัติที่ดีสำหรับผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในห่วงโซ่อาหารนำไปปฏิบัติ รวมทั้งให้บริษัทผู้ตรวจประเมิน
ที่ได้รับอนุญาตเข้าตรวจประเมิน ถ้าผู้ประกอบธุรกิจรายใดไม่ทำตามก็ไม่อาจจะได้รับการยืนยัน และไม่สามารถแสดง
เครื่องหมาย หรือ สัญลักษณ์ที่สินค้าอาหารได้

ซึ่งเครื่องหมาย หรือ สัญลักษณ์นั้นจะมีผลให้ให้ผู้ซื้อเชื่อมั่นได้ว่า ถ้าหากเลือกซื้อของกินจากสินค้าที่ได้รับการยืนยัน
มาตรฐาน GHP แล้ว จะสามารถมั่นอกมั่นใจได้ว่าจะได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัย ไม่ทำให้เป็นอันตรายกับตัวเอง
หรือผู้ที่ท่านรัก

Categories
Event

GMP คืออะไร และทำไมถึงต้องเปลี่ยนเป็น GHP

มาตรฐาน GHP คืออะไร?? ทำไมต้องเปลี่ยน GMP เป็น GHP (อัปเดทปีล่าสุด 2022)

GMP GHP คืออะไร

GMP กำลังจะกลายเป็น GHP แล้ว GHP เป็นอย่างไร

GHP ย่อมาจาก Good Hygiene Practice(s)เป็นระบบเบื้องต้นที่โรงงานผลิตอาหาร หรือผู้ประกอบกิจการที่อยู่ใน
ห่วงโซ่อาหารควรนำไปปรับใช้ ซึ่งจะสามารถสนองตอบหลักการขององค์กรอนามัยโลกที่ต้องการที่จะให้ของกิน
มีความปลอดภัยตั้งแต่ การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ จนกว่าถึงโต๊ะอาหาร ที่เรียกว่า

“FARM TO TABLE” หรือ “FARM TO FALK”

แม้ผู้ประกอบกิจการในห่วงโซ่อาหารเพิกเฉย ไม่ควบคุมการทำงานให้ดีก็จะสามารถทำให้อาหารที่ถึงผู้ซื้อ
มีอันตรายได้ในทุกขั้นตอน รวมทั้งเพื่อเป็นการคุ้มครองดังที่กล่าวมาแล้ว องค์การอนามัยโลก จึงตั้งคณะกรรมการ Codex ขึ้นมา
เพื่อเขียนข้อเสนอแนะสำหรับในการปฏิบัติที่ดีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อาหารนำไปปฏิบัติ รวมทั้งให้บริษัทคนตรวจประเมิน
ที่ได้รับอนุญาตเข้าตรวจประเมิน แม้ผู้ประกอบกิจการรายใดไม่ประพฤติตามก็ไม่สามารถที่จะได้รับการยืนยัน และไม่สามารถแสดง
เครื่องหมาย หรือ สัญลักษณ์ที่สินค้าอาหารได้

ซึ่งเครื่องหมาย หรือ สัญลักษณ์นั้นจะมีผลให้ให้ผู้ซื้อเชื่อมั่นได้ว่า ถ้าหากเลือกซื้อของกินจากสินค้าที่ได้รับการยืนยัน
มาตรฐาน GHP แล้ว จะสามารถเชื่อมั่นได้ว่าจะได้รับประทานของกินที่ปลอดภัย ไม่เกิดอันตรายกับตัวเอง
หรือผู้ที่ท่านรัก

เพราะเหตุใดจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจาก GMP เป็น GHP

มาตรฐาน GHP กับโลกธุรกิจ

1. ผู้ซื้อมีสิทธิ์คาดหมายว่าอาหารที่พวกเขาบริโภคจะไม่เป็นอันตราย และก็เหมาะกับการบริโภค

การเจ็บป่วยจากอาหาร รวมทั้งอาการบาดเจ็บจากของกินบางทีอาจร้ายแรง หรือถึงขั้นเสียชีวิต หรือเกิดโทษต่อสุขภาพของผู้คน
ในระยะยาว ยิ่งกว่านั้นการระบาดของโรคที่เกิดขึ้นและมีสาเหตุมาจากอาหาร สามารถทำลาย ธุรกิจการค้า และก็การท่องเที่ยว
การบูดเน่าของอาหาร ทั้งมวลสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย คุกคามความยั่งยืนด้านของกิน ซึ่งทำให้เกิดผลเสีย ต่อการค้าขาย
รวมทั้งความเชื่อมั่นและมั่นใจของคนซื้อโดยรวม

2. การค้าขายอาหารระหว่างชาติ รวมทั้งอัตราของนักท่องเที่ยวกำลังมากขึ้น นำมาซึ่งการก่อให้เกิดคุณประโยชน์ทางด้านสังคมและก็เศรษฐกิจ

แม้กระนั้นสิ่งนี้ยังเป็นเหตุให้การแพร่ขยายของความเจ็บไข้ได้ป่วยทั่วทั้งโลกง่ายมากยิ่งขึ้น มีการเปลี่ยนครั้งใหญ่ นิสัยการกิน
ในหลายๆประเทศ การสร้างอาหารใหม่ การเตรียมตัวเก็บรักษา รวมทั้งวิธีการกระจัดกระจายได้ปรับปรุงขึ้น

เพื่อสะท้อนถึงสิ่งนี้ ดังนั้นการปฏิบัติด้านสุขลักษณะอาหารที่มีคุณภาพก็จึงมีความหมายต่อการหลีกเลี่ยงผลพวง
ด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนเรา แล้วก็ผลพวงทางด้านเศรษฐกิจจากการเจ็บป่วย อาการบาดเจ็บจากอาหาร แล้วก็การเน่าเสียของอาหาร
รวมทั้ง ผู้สร้างหลัก ผู้นำเข้า ผู้ผลิต แล้วก็ ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจคลังสำหรับเก็บสินค้า โลจิสติกส์อาหาร ผู้จัดการอาหาร ผู้ค้าปลีก
รวมทั้ง ผู้ใช้ ทุกฝ่ายควรมีความรับผิดชอบเพื่อมั่นใจว่าอาหารไม่เป็นอันตรายรวมทั้งสมควรสำหรับในการบริโภค

ผู้ประกอบกิจการธุรกิจอาหาร Food Business Operators (FBOs) ควรจะใส่ใจและก็เข้าใจในเรื่องอันตราย
ที่เกี่ยวพันกับอาหาร ที่พวกเขาผลิตขนส่งจัดเก็บรวมทั้งขาย และมาตรการที่จำเป็นต้องสำหรับการควบคุมอันตรายพวกนั้น
ที่เกี่ยวโยงกับธุรกิจของพวกเขา เพื่ออาหารเข้าถึงผู้ซื้อไม่มีอันตรายและก็สมควรสำหรับเพื่อการรับประทาน

3. สอดคล้องกับการผลิตธุรกิจอาหารอย่างยั่งยืน Food Business Sustainable
ตามหลักทฤษฎีของ กุญแจ 5 ดอก ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เช่น

Keep clean รักษาความสะอาด
Separate raw and cooked แยกวัตถุดิบ รวมทั้งอาหารที่ปรุงสุก
Cook thoroughly ทำอาหารอย่างทั่วถึง
Keep food at safe temperatures เก็บของกินในอุณหภูมิที่ปลอดภัย
Use safe water and raw materials ใช้น้ำ รวมทั้งวัตถุดิบที่ปลอดภัย

4. ผู้ผลิตอาหาร จำเป็นที่จะต้อง เข้าใจในเรื่องผลที่จะมีต้นเหตุที่เกิดจากอันตรายกลุ่มนี้ต่อร่างกายของผู้ใช้

Good Hygiene Practices (GHP) เป็นฐานรากของการควบคุมอันตรายที่เกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขา
สำหรับ FBOs ที่มีคุณภาพสำหรับการใช้งาน GHP จะสามารจัดแจงกับความปลอดภัยของของกินได้อย่างพอเพียง

5. เพื่อรักษาชื่อเสียงของบริษัท รวมทั้งความปลอดภัยของผู้ซื้อ

บางเหตุการณ์ การปฏิบัติงานของ GHP บางทีอาจน้อยเกินไป ที่จะรับประกันความปลอดภัยอาหาร เพราะเหตุว่า
ความสลับซับซ้อนของการทำงานด้านอาหาร รวมทั้ง อันตรายเฉพาะที่เกี่ยวโยงกับสินค้า หรือกรรมวิธี
ความเจริญก้าวหน้าทาง เทคโนโลยี (อย่างเช่น การยืดอายุการรักษาผ่านการบรรจุในบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลง
Extending shelf-life through modified atmosphere packaging) หรือการใช้แรงงานสินค้าขั้นตอนสุดท้าย
(อาทิเช่น สินค้าอาหารที่กำหนดไว้สำหรับจุดประสงค์พิเศษ)

ในกรณีดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เมื่อมีการกำหนดอันตรายที่สำคัญผ่านการวิเคราะห์ความมีอันตรายที่มิได้ควบคุมโดย GHP
ควรจะตรึกตรองปรับใช้ HACCP พร้อมๆกันด้วย

GHP / Good Hygiene Practices มีอะไรเพิ่มขี้นจาก GMP
ยี่ห้อเครื่องหมายมาตรฐาน HACCP GMP แล้วก็ GHP

เพราะเหตุว่า Codex ได้ประกาศออกมาแล้วว่าเมื่อ GHP ประกาศใช้อย่างเป็นทางการวันที่เท่าไรก็ตาม จะมีผลบังคับใช้ในทันที
ไม่มีช่วงเวลาสำหรับในการปรับระบบ คนตรวจประเมินที่จะเข้าตรวจติดตามครั้งถัดมาจะกระทำตรวจตามมาตรฐาน GHP

1. แปลงชื่อมาตรฐาน
จาก RECOMMENDED INTERNATIONALCODE OF PRACTIC GENERALPRINCIPLES OF FOOD HYGIENE CAC/RCP 1-1969, Rev. 4-2003 ไปเป็น

GENERAL PRINCIPLES OF FOOD HYGIENE: GOOD HYGIENE PRACTICES (GHP)
AND
THE HAZARD ANALYSIS AND CRITICAL CONTROL POINT (HACCP) SYSTEM

เนื่องมาจาก อยากให้ชื่อของมาตรฐานกระจ่างแจ้ง และก็ครอบคลุมอุตสาหกรรมซึ่งสามารถขอการการันตีมาตรฐานนี้ได้มากขึ้น
ด้วยเหตุว่า GMP เดิมนั้นตัว “M” ย่อมาจากคำว่า “Manufacturing” มีความหมายว่า “การสร้าง” ทำให้เกิดความรู้สึกสับสน
กับบางอุตสาหกรรมที่มิได้เป็นผู้สร้าง ยกตัวอย่างเช่น การจัดเก็บ การขนส่ง การให้การบริการ ที่ขอการรับประกันมาตรฐาน

ซึ่งมาตรฐาน GMP อันที่จริงแล้วเป็นมาตรฐานที่แสดงถึงการรับรองประสิทธิภาพที่มีการปฏิบัติ รวมทั้งพิสูจน์จากกลุ่ม
นักวิชาการด้านอาหารทั่วทั้งโลกแล้วว่าสามารถทำให้อาหารนั้นมีความปลอดภัยในทุกขึ้นตอนของการสร้าง จัดเก็บ ขนส่ง
รวมทั้งให้บริการ เป็นที่ไว้ใจเห็นด้วยจากผู้ซื้อ โดยอาศัยหลายต้นสายปลายเหตุที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากยิ่งสามารถ
ทำตามวิถีทางที่ระบุได้ทั้งหมดทั้งปวง ก็จะก่อให้อาหารมีคุณภาพมาตรฐานรวมทั้งมีความปลอดภัยสูงที่สุด

แนวทางของ GMP นั้นครอบคลุมตั้งแต่สถานที่ตั้งของสถานประกอบการ โครงสร้างตึก ระบบการผลิตที่ดี
มีความปลอดภัย สะอาด รวมทั้งมีคุณภาพ ตามมาตรฐานทุกขั้นตอน นับจากเริ่มวางแผนผลิต ระบบควบคุม
ตั้งแต่วัตถุดิบระหว่างการสร้าง ระบบควบคุมแนวทางการผลิต สินค้าสำเร็จรูป การจัดเก็บ การควบคุมคุณภาพ
รวมทั้งการขนส่งจนกระทั่งคนซื้อ มีระบบระเบียบบันทึกข้อมูล ตรวจทานและติดตามผลประสิทธิภาพสินค้า รวมทั้ง ระบบ
การจัดการที่ดีในเรื่องสุขลักษณะ (Sanitation รวมทั้ง Hygiene)

ดังนี้ เพื่อสินค้าขั้นตอนสุดท้ายมีคุณภาพรวมทั้งความปลอดภัย เป็นที่มั่นใจเมื่อถึงมือคนซื้อ รวมทั้ง GMP ยังเป็น
ระบบประกันคุณภาพเบื้องต้นก่อนจะปรับปรุงไปสู่ระบบประกันคุณภาพอื่นๆถัดไป อาทิเช่น HACCP (Hazards Analysis
and Critical Control Points) รวมทั้ง ISO 9000 อีกด้วย

ปรับเปลี่ยนกลายเป็น GHP ซึ่ง ตัว “H” ย่อมาจากคำว่า “Hygiene” เพื่อสามารถครอบคลุมอุตสาหกรรมอื่นๆ
ที่เกี่ยวกับ “Food Chain” หรือ “ห่วงโซ่อาหาร” ว่าทุกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับอาหารตั้งแต่เริ่ม

การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ การเก็บเกี่ยว การจัดเก็บ การขนส่ง การเปลี่ยนแปลงรูป ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ผู้ให้บริการกำจัดสัตว์พาหะ
ตลอดจนคนขายอาหารล้วนมีส่วนสำคัญกับความปลอดภัยของ “ผู้บริโภคคนในที่สุด” ทั้งนั้น เนื่องจากไม่ว่าจะ
กำเนิดข้อผิดพลาดที่ขั้นตอนอะไรก็แล้วแต่ใน “ห่วงโซ่อาหาร” นี้ ก็สามารถนำมาซึ่งอันตรายกับคนซื้อได้ทั้งหมดทั้งปวง

2. แปลงลักษณะการเขียนกฎเกณฑ์ใหม่

ในกฎระเบียบ GMP เดิมนั้นมีการแบ่งหลักเกณฑ์เป็น 10 หลักเกณฑ์หลักร่วมกัน โดยแต่ละข้อจะเจาะจง
หลักเกณฑ์ย่อยเป็นอิสระ ดังเช่น 9.1, 10.1 ฯลฯ รวมทั้งแยก HACCP อยู่ในส่วนของภาคผนวก (Annex)

แต่ว่า GHP มีการเขียนกฎระเบียบที่ต่างไปจากเดิมเป็น มีการแบ่งกฎเกณฑ์เป็น 9 หลักเกณฑ์หลักก็จริง
แม้กระนั้นหลักเกณฑ์ย่อยนั้นจะต่อเนื่องกันไป โดย GHP นั้นจะอยู่ในกฎเกณฑ์ Chapter (ส่วนที่) 2
ที่มี Section (บทที่) 1 ถึง 9 โดยมีกฎระเบียบย่อยที่ต่อเนื่องกันทั้งหมดทั้งปวงตั้งแต่ข้อ 1 – 134

ส่วน HACCP นั้นจะอยู่ในข้อกำหนด Chapter (ส่วนที่) 2 ที่มี Section (บทที่) 1 ถึง 3 โดยมี
กฎระเบียบย่อยที่ต่อเนื่องกันทั้งสิ้นตั้งแต่ข้อ 135 – 189

มาตรฐาน HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) เป็นระบบพินิจพิจารณาอันตรายของกิน
และก็ขั้นวิกฤติที่จำต้องควบคุม ซึ่งใช้เป็นสิ่งที่ใช้ในการเฉพาะเจาะจงระบุ ประเมิน รวมทั้งควบคุมอันตราย
ที่ได้โอกาสเกิดขึ้นในผลิตภัณฑ์อาหาร ระบบนี้ได้รับการยอมรับกันอย่างมากมายจากนานาประเทศ
ถึงความสามารถ การรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้บริโภค

เหตุเพราะระบบ HACCP คือระบบที่วางแบบมาเพื่อควบคุมอันตรายณ จุด หรือกระบวนการผลิต
อันตรายพวกนั้นอาจมีจังหวะที่จะเกิดขึ้น จึงสามารถรับรองความปลอดภัยได้ดียิ่งไปกว่าการวิเคราะห์
ผลิตภัณฑ์หรือการควบคุมคุณภาพที่ใช้กันอยู่เดิมซึ่งมีข้อจำกัดของขนาดตัวอย่าง

ยิ่งกว่านั้นระบบมาตรฐาน HACCP ยังมีความสามารถสำหรับเพื่อการเจาะจงรอบๆ หรือกระบวนการผลิต
ที่ได้โอกาสเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ถึงแม้ว่าจุดหรือในขั้นตอนดังที่กล่าวถึงแล้วจะยังไม่เคยก่อให้เกิดอันตรายมาก่อน
ซึ่งถือได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการผลิตอาหารในสมัยใหม่

3. เพิ่มอันตรายด้าน Allergen

สารที่นำมาซึ่งการแพ้ GMP Version 4 เดิมนั้นประกาศใช้ตั้งแต่ ปี 2003

ซึ่งในยุคนั้นยังระบุอันตรายของของกินเป็น 3 ด้านเพียงแค่นั้น

อันตรายทางชีวภาพ
อันตรายทางเคมี
อันตรายด้านกายภาพ

แต่ว่าปัจจุบันนี้มีพัฒนาการด้านอาหารมากขึ้น ตลอดจนได้รับอันตรายใหม่ๆมากขึ้นตามมา ดังเช่นว่า
สารก่อกำเนิดการแพ้ ก็เริ่มมีบางบุคคลที่แพ้สิ่งที่อยู่ในอาหารมากเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาหารทะเล ของกินที่ทำมาจากถั่ว ฯลฯ

จึงทำให้หลักเกณฑ์ก็เลยเพิ่มเป็นอีก 1 อันตรายที่ควรจะมีการคาดการณ์ความเสี่ยง รวมทั้งกำหนดมาตรการสำหรับการควบคุม
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกค้าที่แพ้ของกินนั้นๆได้รับประทานโดยที่ไม่ตั้งใจ ซึ่งเมื่อคนที่แพ้อาหารกินเข้าไปแล้วทำให้เป็นอันตรายตั้งแต่เพียงแค่เป็นผื่นคัน หรือร้ายแรงถึงกับตายได้

4. กำหนดรูปแบบแบบฟอร์มเอกสารการวิเคราะห์อันตรายใหม่ใน HACCP
เอกสารที่มีการเปลี่ยนรูปแบบอาทิเช่น

ไม่มีการกำหนดแบบอย่างคำถามที่ใช้สำหรับในการตัดสินใจจุด CCP หรือ CCP Decision Tree นั่นนับว่า ผู้ประกอบกิจการ (FBOs) สามารถกำหนดเกณฑ์การประมาณของตนขึ้นมาได้ อย่างไรก็แล้วแต่จะต้องเป็นหลักเกณฑ์ซึ่งสามารถชี้แจงให้กับผู้ตรวจประเมินเข้าใจในเรื่องกฏเกณฑ์การวัดดังที่กล่าวถึงมาแล้วซึ่งต้องอยู่บนเบื้องต้นของความเสี่ยง รวมทั้งความร้ายแรงที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อความปลอดภัยของอาหารที่มีต่อลูกค้าเป็นหลัก

เปลี่ยนแปลงแบบฟอร์มเอกสารการวิเคราะห์อันตรายใหม่ Hazard Analysis รวมทั้ง เอกสารควบคุมจุดวิกฤต HACCP Worksheetถ้าเกิดหน่วยงานใดที่ส่งสินค้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่แล้วจะเคยชินกับเอกสารชุดนี้ดี เพราะว่าเป็น เอกสารที่ใช้ในการทำเอกสาร HACCP เพื่อส่งให้กับ USFDA นั่นเอง แม้กระนั้นสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยบางทีอาจจะต้องทำการค้นคว้าลักษณะของเอกสารดังที่กล่าวมาข้างต้น แล้วนำข้อมูลที่เคยเขียนอยู่ในแบบฟอร์มเดิมมาลงบันทึกลงไปในแบบฟอร์มเอกสารใหม่นี้

อย่างไรก็แล้วแต่ควรจะขอความเห็นผู้ชำนาญเพื่อความถูกต้องแน่ใจของการวิเคราะห์ เนื่องจากจะมีความต่างของ
ระบบการวิเคราะห์ซึ่งอันตรายอยู่พอเหมาะพอควร

5. เพิ่มการ Validate พิสูจน์ยืนยันสำหรับบางมาตรการควบคุมที่มีความจำเป็น (GHP)

GMP Version Validate (Critical Limit) ที่ระบุในแต่ละจุดวิกฤต (CCP) สามารถลดระดับอันตรายสู่ระดับเป็นที่ยอมรับได้
แต่ว่าใน GHP นั้นได้เพิ่มการ Validate พิสูจน์รับรองสำหรับบางมาตรการควบคุมที่มีความสำคัญ (GHP) เป็นต้นว่า
แนวทางการทำความสะอาดสินค้า / เครื่องใช้ไม้สอยที่สัมผัสกับสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นว่า
กระบวนการล้าง หรือสารทำความสะอาดที่ใช้ ทำให้ลดอันตรายด้านจุลชีพ หรือสารเคมีหลงเหลือที่บางทีอาจมีผลต่อการแปดเปื้อน
ผ่านสู่อาหาร รวมทั้งทำให้เป็นอันตรายต่อลูกค้าได้นั่นเอง

Categories
Event

เอกสาร ข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9

เอกสารมาตรฐาน BRCGS Food Safety Issue 9

เอกสารแจกฟรี BRCGS Food Safety Issue 9

BRCGS Food Safety Issue 9 Checklists ภาษาไทย   >>ดาวโหลด
BRCGS Food Safety Issue 9 ภาษาอังกฤษราคา 190 USD ตัวเต็มแจกฟรีไปเลย   >>ดาวโหลด

 

BRCGS คืออะไร?

BRC เป็นมาตรฐานที่ย้ำเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร โดยได้รับการพัฒนาโดยผู้ค้าปลีกและก็ผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ (Supplier) ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยินยอมรับในระดับสากลและก็สามารถนำไปประยุกต์ได้ในทุกหน่วยงานที่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร มาตรฐานของ BRC เป็นการค้ำประกันมาตรฐานด้านประสิทธิภาพความปลอดภัยรวมทั้งมาตรฐานการกระทำงานโดยมีจุดหมายเพื่อการพัฒนากรรมวิธี การกระทำการตามระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร และสำรวจให้มั่นใจว่าผู้สร้างทำตามกฎระเบียบด้านกฎหมายรวมทั้งให้ความปกป้องแก่คนซื้อที่หมาย

มาตรฐานนี้สร้างขึ้นตามข้อกำหนดสำคัญ 9 ประการ ได้แก่

  • ความตั้งใจประธานระดับอาวุโส (Senior management commitment)
  • แผนความปลอดภัยในอาหาร – HACCP (The food safety plan – HACCP)
  • ระบบการจัดการประสิทธิภาพแล้วก็ความปลอดภัยอาหาร (Food safety and quality management system)
  • มาตรฐานโรงงาน (Site standards)
  • การควบคุมสินค้า (Product control)
  • การควบคุมกรรมวิธีการ (Process control)
  • บุคลากร (Personnel)
  • ความเสี่ยงของพื้นที่ High-risk, high-care and ambient high-care (High-risk, high-care and ambient high-care production risk zones)
  • ข้อกำหนดสาหรับสินค้าซื้อขายแลกเปลี่ยน (Requirements for traded products)
Categories
Event

ภาพบรรยากาศการอบรมบริษัท แปซิฟิค มารีน ฟู้ด โปรดักส์ จำกัด

ภาพบรรยากาศการอบรมบริษัท แปซิฟิค มารีน ฟู้ด โปรดักส์ จำกัด

Previous
Next

ภาพบรรยากาศการอบรมบริษัท แปซิฟิค มารีน ฟู้ด โปรดักส์ จำกัด

GHP / Good Hygiene Practice(s) เป็นอย่างไร

GHP ย่อมาจาก Good Hygiene Practice(s)หมายถึงระบบฐานรากที่โรงงานผลิตอาหาร หรือผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ใน
ห่วงโซ่อาหารน่าจะนำไปปรับใช้ ซึ่งจะสามารถสนองตอบแนวนโยบายของหน่วยงานอนามัยโลกที่อยากให้อาหาร
มีความปลอดภัยตั้งแต่ การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ กระทั่งถึงโต๊ะอาหาร ที่เรียกว่า

“FARM TO TABLE” หรือ “FARM TO FALK”

แม้ผู้ประกอบกิจการในห่วงโซ่อาหารเพิกเฉย ไม่ควบคุมการทำงานให้ดีก็จะสามารถทำให้อาหารที่ถึงลูกค้า
มีอันตรายได้ในทุกขั้นตอน รวมทั้งเพื่อเป็นการคุ้มครองดังกล่าวข้างต้น องค์การอนามัยโลก ก็เลยตั้งคณะกรรมการ Codex ขึ้นมา
เพื่อเขียนข้อแนะนำสำหรับในการปฏิบัติที่ดีสำหรับผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในห่วงโซ่อาหารนำไปปฏิบัติ รวมทั้งให้บริษัทผู้ตรวจประเมิน
ที่ได้รับอนุญาตเข้าตรวจประเมิน ถ้าผู้ประกอบธุรกิจรายใดไม่ทำตามก็ไม่อาจจะได้รับการยืนยัน และไม่สามารถแสดง
เครื่องหมาย หรือ สัญลักษณ์ที่สินค้าอาหารได้

ซึ่งเครื่องหมาย หรือ สัญลักษณ์นั้นจะมีผลให้ให้ผู้ซื้อเชื่อมั่นได้ว่า ถ้าหากเลือกซื้อของกินจากสินค้าที่ได้รับการยืนยัน
มาตรฐาน GHP แล้ว จะสามารถมั่นอกมั่นใจได้ว่าจะได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัย ไม่ทำให้เป็นอันตรายกับตัวเอง
หรือผู้ที่ท่านรัก

Categories
Event

BRCGS Food Issue 9 คืออะไร

BRCGS Food Safety คืออะไร

BRCGS คืออะไร?

BRC เป็นมาตรฐานที่ย้ำเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร โดยได้รับการพัฒนาโดยผู้ค้าปลีกและก็ผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ (Supplier) ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยินยอมรับในระดับสากลและก็สามารถนำไปประยุกต์ได้ในทุกหน่วยงานที่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร มาตรฐานของ BRC เป็นการค้ำประกันมาตรฐานด้านประสิทธิภาพความปลอดภัยรวมทั้งมาตรฐานการกระทำงานโดยมีจุดหมายเพื่อการพัฒนากรรมวิธี การกระทำการตามระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร และสำรวจให้มั่นใจว่าผู้สร้างทำตามกฎระเบียบด้านกฎหมายรวมทั้งให้ความปกป้องแก่คนซื้อที่หมาย

มาตรฐานนี้สร้างขึ้นตามข้อกำหนดสำคัญ 9 ประการ ได้แก่

  • ความตั้งใจประธานระดับอาวุโส (Senior management commitment)
  • แผนความปลอดภัยในอาหาร – HACCP (The food safety plan – HACCP)
  • ระบบการจัดการประสิทธิภาพแล้วก็ความปลอดภัยอาหาร (Food safety and quality management system)
  • มาตรฐานโรงงาน (Site standards)
  • การควบคุมสินค้า (Product control)
  • การควบคุมกรรมวิธีการ (Process control)
  • บุคลากร (Personnel)
  • ความเสี่ยงของพื้นที่ High-risk, high-care and ambient high-care (High-risk, high-care and ambient high-care production risk zones)
  • ข้อกำหนดสาหรับสินค้าซื้อขายแลกเปลี่ยน (Requirements for traded products)

BRCGS มีหลักเกณฑ์ที่ครอบคลุมรวมทั้งอ้างอิงกับการเสี่ยงสำหรับเพื่อการแก้ไขความปลอดภัยด้านอาหารในตอนนี้ที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งโลก เรื่องสำคัญ ดังเช่น :

– วัฒนธรรมด้านประสิทธิภาพรวมทั้งความความปลอดภัยของอาหาร (Food safety culture)
– การพิจารณาด้านสภาพแวดล้อม (Environmental monitoring)
– ความคุ้มครองปกป้องอาหาร (Food security and defence)
– การจัดการสารก่อภูมิแพ้ (Allergen management)
– การควบคุมฉลากรวมถึงการบรรจุ (Labelling and packing controls)

ประโยชน์ซึ่งมาจากมาตรฐาน BRCGS food safety

  • ได้รับการยินยอมรับทั่วทั้งโลก รวมทั้งเป็นมาตรฐาน GFSI
  • ลดภาระหน้าที่การสำรวจ (ผู้ค้าปลีกเยอะมากได้รับการยืนยันจาก BRCGS ทั้งโลกด้วยเหตุดังกล่าวการที่ได้รับการยืนยัน BRCGS บางทีอาจตอบสนองในสิ่งที่ต้องการของลูกค้าของคุณ)
  • ลดการขอคืนสินค้าการร้องทุกข์ และก็การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์
  • เพิ่มความมั่นใจและความเชื่อมั่นของลูกค้า เพิ่มจังหวะทางการตลาดใหม่ๆ
  • เพิ่มความแจ้งชัดของกฎระเบียบเรื่องความเสี่ยง

 มาตรฐาน BRCGS อื่นๆ

  • BRC Global Standard for Packaging Materials – เป็นมาตรฐานสากลสำหรับบรรจุภัณฑ์และวัสดุสำหรับการทำบรรจุภัณฑ์
  • BRC Global Standard for Consumer Products – เป็นมาตรฐานสากลสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค
  • BRC Global Standard for Storage and Distribution – เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการจัดเก็บและการกระจายผลิตภัณฑ์
  • BRC Global Standard for Agents and Brokers – เป็นมาตรฐานสากลสำหรับตัวแทนจำหน่ายและนายหน้า
  • BRC Global Standard for Gluten Free – สำหรับผู้ผลิตอาหารที่ต้องการการยอมรับจากหน่วยรับรองว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิต ผลิตตามวิธีปฏิบัติตามความปลอดภัยของสารก่อภูมิแพ้ในอาหาร
  • BRC Global Standard for Ethical Trading and Responsible Sourcing – เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการค้าอย่างมีจริยธรรมและการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ
  • BRC Global Standard for Retail Issue 1 – เป็นมาตรฐานสากลสำหรับธุรกิจค้าปลีก
  • BRC Global Standard for PLANT-BASED GLOBAL STANDARD – เป็นมาตรฐานสากลสำหรับผู้ผลิต PLANT-BASED Food
Categories
Event

ISO 14001 คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับองค์กร

ISO 14001 คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับองค์กร

ISO 14001 คืออะไร

ISO 14001 เป็นมาตรฐานระบบการจัดการสภาพแวดล้อม (Environment management System) ที่ได้รับการยินยอมรับเยอะที่สุดจากหน่วยงานหน่วยงานทั้งโลก มีจุดมุ่งหมายเพื่อหน่วยงานมีความเข้าใจถึงจุดสำคัญของการจัดการสภาพแวดล้อม เพื่อมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมพร้อมกันกับการพัฒนาธุรกิจ โดยเน้นสำหรับในการปกป้องมลภาวะรวมทั้งรักษาสภาพแวดล้อมเป็นหลัก เพื่อช่วยลดผลพวงต่อสภาพแวดล้อม รวมทั้งลดเงินลงทุนการสร้างในธุรกิจ

 

วิธีการสำคัญของ ISO 14001

1. การกำหนดแนวนโยบายสภาพแวดล้อมประธานสูงสุดของหน่วยงานต้องกำหนดหลักการสภาพแวดล้อม เพื่อเป็นแถวทางการปฏิบัติการด้านสภาพแวดล้อมของหน่วยงาน โดยควรต้องวางนโยบายสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับภาวะ ขนาดแล้วก็จำพวกธุรกิจของหน่วยงาน ซึ่งแผนการสภาพแวดล้อมจำเป็นต้องแสดงความตั้งใจจริงต่อการคุ้มครองมลภาวะหรือลดผลพวงต่อสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ
2. การวางเป้าหมายกำหนดแผนการจัดการให้สอดคล้องกับหลักการสภาพแวดล้อมที่หน่วยงานตั้ง โดยกำหนดระเบียบปฏิบัติการกำหนดลักษณะปัญหาสภาพแวดล้อม กำหนดระเบียบดำเนินงานไตร่ตรองหลักเกณฑ์ในข้อบังคับและก็กฎระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวโยง ระบุจุดมุ่งหมายแล้วก็จุดหมายด้านสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับแผนการ รวมถึงความเป็นจริงเป็นจังที่จะคุ้มครองป้องกันรวมทั้งลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการกำหนดลักษณะปัญหาสภาพแวดล้อม แล้วก็ทำแผนงานสภาพแวดล้อม เพื่อบรรลุผลแล้วก็วัตถุประสงค์ โดยแสดงช่วงเวลาของแผนฯ ผู้จะรับผิดชอบและก็ดรรชนีวัดความสามารถอย่างเห็นได้ชัด
3. การนำไปปฏิบัติและก็การดำเนินการระบุส่วนประกอบ แล้วก็บุคคลที่มีบทบาทรับผิดชอบสำหรับเพื่อการจัดแจงสภาพแวดล้อมให้แน่ชัด ดังเช่น ผู้จะรับผิดชอบทางด้านกฎหมาย ผู้จะรับผิดชอบคราวฉุกเฉิน ตลอดจนผู้แทนฝ่ายบริหารด้านสภาพแวดล้อม อื่นๆอีกมากมาย เพื่อจะให้แผนงานสภาพแวดล้อมสามารถทำงานไปได้อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งประเมินความจำเป็นการฝึกอบรม กลยุทธ์ฝึกหัด การวัดผล การฝึกอบรม อื่นๆอีกมากมาย เพื่อสร้างวิชาความรู้ ความรู้ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เพื่อควบคุมการกระทำงานให้เป็นผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอย่างน้อยที่สุด
4. การสำรวจแล้วก็การกระทำการปรับแต่งหน่วยงานติดตามรวมทั้งประเมินผลการดำเนินการ โดยเปรียบเทียบกับแผนที่วางเอาไว้ อธิบายสิ่งต่างๆที่ไม่เป็นไปตามแผน และก็กระทำการตรวจประเมินการจัดการสภาพแวดล้อมเป็นระยะ เพื่อรับรองความถูกต้องแน่ใจบริบูรณ์ของระบบการจัดการสภาพแวดล้อมที่กำหนดไว้
5. การทบทวนและก็การแก้ไขอย่างสม่ำเสมอประธานหน่วยงานทำทวนระบบการจัดการสภาพแวดล้อมตามช่วงเวลาที่สมควร เพื่อมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างสม่ำเสมอ

ประโยชน์ที่ได้รับมาจาก ISO 14001

– ช่วยสร้างเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงาน
– ช่วยลดเงินลงทุนการสร้าง ทุ่นค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดแจงของเสีย
– ก่อกำเนิดการจัดการงานด้านสภาพแวดล้อมอย่างมีระบบ
– สร้างจังหวะแล้วก็เพิ่มสมรรถนะ สำหรับการแข่งทางด้านการค้า
-มีการใช้ทรัพยากรหรือวัตถุดิบอย่างคุ้ม
-หน่วยงานได้รับความเชื่อถือมันแล้วก็ความเชื่อใจในประสิทธิภาพ
– ทำตามข้อบังคับระเบียบปฏิบัติ ข้อกำหนด แล้วก็หลักเกณฑ์ต่างๆด้านสภาพแวดล้อม

 

การรับรองระบบจัดแจงสภาพแวดล้อม มาตรฐาน ISO 140001

สำหรับเพื่อการปฏิบัติงานขอรับการยืนยันระบบการจัดการสภาพแวดล้อม ทางหน่วยงานต้องทำระบบตามข้อกำหนดในมาตรฐาน ISO 140001 จะมีขั้นตอนสำคัญๆดังต่อไปนี้

– มาตรฐานระบบการจัดการด้านสภาพแวดล้อม การพิจารณาประเมินการจัดการสภาพแวดล้อม ฉลากกับสินค้าเพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อม การวัดความรู้ความเข้าใจสำหรับในการจัดแจงสภาพแวดล้อม การวัดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในวงจรชีวิตของสินค้า และก็มาตรฐานอื่นภายใต้ TC 207
– สัมมนาฝ่ายบริหาร เพื่อขอการสนับสนุน สำหรับในการทำระบบการจัดการสภาพแวดล้อม
– ตั้งคณะกรรมการชี้แนะ เพื่อทำระบบและก็ควบคุมดูแลให้เป็นไปตามที่ระบุ
– วางนโยบายด้านสภาพแวดล้อม วางแผนจัดแจงระบบ ทำกรรมวิธีการปฏิบัติ และก็ข้อเสนอแนะที่จำเป็นจะต้อง
– ลงมือประพฤติตามระบบการจัดการสภาพแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้
– ตรวจติดตามระบบการจัดการสภาพแวดล้อม เพื่อทำวิเคราะห์ว่าระบบเป็นไปตามแผนและก็กฎเกณฑ์ของมาตรฐาน รวมทั้งได้มีการเอาไปใช้ปฏิบัติแล้วก็ทรงไว้อย่างเหมาะควร
– ปรับแต่งข้อผิดพลาดที่เจอจากการตรวจติดตามด้านใน และก็แก้ไขระบบการจัดการสภาพแวดล้อมให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น
– ติดต่อหน่วยงานที่ให้การยืนยันแล้วก็ยื่นคำขอ

มาตรฐานสากลฉบับ ISO 14001:2015
เมื่อก.ย. 2015 ได้มีการประกาศใช้ ISO 14001:2015 ฉบับมาตรฐานสากล (IS) ซึ่งมีการเปลี่ยนสำคัญ ประการเป็น

– การจัดการสภาพแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในอุบายของหน่วยงานเพิ่มหน้าที่ในแนวทางการคิดแผนยุทธวิธี โดยพอใจสำหรับการดำเนินงาน เพื่อลดการเสี่ยงหรือใช้ช่องทางให้มีคุณประโยชน์
– ความเป็นหัวหน้าประธานสูงสุดจำเป็นต้องบอกให้เห็นถึงความเป็นหัวหน้า และก็ความตั้งใจที่เกี่ยวกับระบบการจัดการสภาพแวดล้อม
– การคุ้มครองป้องกันสภาพแวดล้อมมีความขมักเขม้นสำหรับเพื่อการปกป้องรักษาสภาพแวดล้อม ได้แก่ การปกป้องคุ้มครองมลภาวะ แล้วก็ความขมักเขม้นเฉ- พาะอื่นๆเพื่อป้องกันสภาพแวดล้อม อาทิเช่น การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การบรรเทาผลพวงจากความเคลื่อนไหวของสภาพอากาศรวมทั้งปรับพฤติกรรม การป้องกันความมากมายหลากหลายทางชีวภาพรวมทั้งระบบนิเวศ
– ความสามารถด้านสภาพแวดล้อมเพิ่มความประจักษ์แจ้งในความสามารถด้านสภาพแวดล้อม โดยการเน้นในแนวทาง
– แนวความคิดวัฏจักรชีวิตเพิ่มการควบคุมทั้งยังทางตรงกับทางอ้อมต่อผลพวงต่อสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวตลอดวัฏจักรชีวิต
– การติดต่อสื่อสารที่ดียิ่งขึ้นมีแผนการสำหรับการติดต่อด้านในและก็ข้างนอก รวมทั้ง stake holders สร้างกลไกเพื่อมีข้อแนะนำสำหรับการปรับปรุงแก้ไขอย่างสม่ำเสมอ
– เอกสารแปลงการใช้คำว่า documents กับ records เป็น documented information รวมทั้งตระหนักถึงความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ หรือ cloud


ISO 14001:2015 
ฉบับมาตรฐานสากล (IS) จะช่วยยกฐานะระบบการจัดการด้านสภาพแวดล้อมของหน่วยงาน ซึ่งเน้นย้ำหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงที่จะจำต้องให้ความใส่ใจกับความอยาก ความคาดหมายของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แล้วก็ผู้ที่มีการเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่มีข้อจำกัดว่าจำเป็นต้องใช้กับหน่วยงานขนาดใหญ่ที่การลงทุนสูงและก็มีพนักงานมากมายแค่นั้น แต่ว่าระบบการจัดการสภาพแวดล้อม ISO 14001:2015 สามารถประยุกต์ใช้ได้กับหน่วยงานทุกจำพวก ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมการสร้างหรือภาคบริการทั้งยังเมืองกับเอกชน รวมทั้งหน่วยงานที่เป็นวิสาหกิจขนาดกึ่งกลางแล้วก็ขนาดเล็ก (SMEs)

Categories
Event

อบรมออนไลน์ BRCGS Food Issue 9

อบรมออนไลน์ BRCGS Food Safety

BRCGS ได้มีการออกมาตรฐาน BRCGS Food Issue 9  เมื่อธันวาคม 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการประกาศฉบับสมบูรณ์ในเดือนสิงหาคม 2022 นี้ และจะเริ่มบังคับตรวจตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นไป

สัมมนานี้จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าอบรมทราบถึงแนวทางของข้อกำหนดและประเด็นที่มีการปรับเปลี่ยน และสิ่งที่มีผลกระทบต่อระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของอาหารในปัจจุบันของท่าน เพื่อทราบแนวทางการปรับเปลี่ยนระบบของท่านให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่

สำหรับบริษัทที่มีระบบ BRCGS Food Safety และมีฝ่ายดูแลระบบมาตรฐานอยู่แล้ว กำลังเตรียมตัวอัพเกรดระบบ เริ่มตั้งแต่อบรมข้อกำหนด และให้คำปรึกษาก่อนตรวจรับรอง

Promotion
1 – 31 สิงหาคม 2565 เท่านั้น

เงื่อนไขพิเศษ
* ถ้าขอใบเสนอราคาภายในเดือนสิงหาคม จะสามารถใช้โปรโมชั่นนี้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2565

Package 1 (เตรียมพร้อมก่อนตรวจ)
+ เคยผ่านการอบรม BRCGS FOOD SAFETY
+ ต้องการทราบเฉพาะข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมตัวอย่างการประยุกต์ใช้ข้อกำหนดใหม่
+ ตรวจสอบเอกสาร ให้คำปรึกษาสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับข้อกำหนด

Package 2 (เตรียมพร้อมก่อนตรวจ)
+ ไม่เคยผ่านการอบรม BRCGS FOOD SAFETY
+ ต้องการทบทวนข้อกำหนดทั้งหมด 100%
+ ต้องการทราบข้อกำหนด พร้อมตัวอย่างการประยุกต์ใช้ข้อกำหนดแบบละเอียดยิบ
+ ตรวจสอบเอกสาร ให้คำปรึกษาสิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับข้อกำหนด

Package 3 : สำหรับริษัทที่ต้องการจะอัพเกรดระบบ BRCGS Food Safety Issue 9 อยากให้ที่ปรึกษาเข้าไปช่วยแนะนำ แก้ไขเอกสารให้ตรงกับข้อกำหนด การันตีผ่าน 100%

 

Package 4 : สำหรับบริษัทที่ยังไม่มีระบบมาตรฐาน BRCGS Food Safety Issue 9 กำลังมีแผนขยายธุรกิจส่งออกอาหารไปยังยุโรป อยากจะจัดทำระบบ แต่ยังไม่มีทีมงานหรือผู้เชี่ยวชาญมากพอ เราพร้อมที่จะเข้าไปจัดทำ วางระบบให้ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบได้รับการรับรอง BRCGS การันตีผ่าน 100%

 

ขอรายละเอียดและใบเสนอราคา.

Categories
Event

ภาพบรรยากาศ การให้คำแนะนำ และอบรม ระบบ Sedex บริษัท พรีแมกซ์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ภาพบรรยากาศ การให้คำแนะนำ และอบรม ระบบ Sedex บริษัท พรีแมกซ์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด

Previous
Next

SEDEX คืออะไร?
SEDEX (Supplier Ethical Data Exchange, 
ศูนย์แลกข้อมูลเชิงศีลธรรมของซัพพลายเออร์เป็นแพลตฟอร์มความร่วมแรงร่วมมือขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งช่วยทำให้ธุรกิจทั่วอีกทั้งแวดวงอุตสาหกรรมสามารถจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมเชิงบรรษัท โดยแบ่งปันข้อมูลการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบที่เกี่ยวโยงกับซัพพลายเออร์

การตรวจ SMETA
SMETA (Sedex Members Ethical Trade Audit, การตรวจตราจรรยาบรรณการขายสำหรับสมาชิก Sedex) เรียบร้อยกรรมวิธีการตรวจทานอันเป็นสิทธิพิเศษของ Sedex ซึ่งใช้ประเมินคุณลักษณะทุกสิ่งที่เกี่ยวกับซัพพลายเออร์และก็ความรับผิดชอบต่อห่วงโซ่อุปทาน

ประโยช์จาก SMETA
การพิจารณาการกระทำตามข้อกำหนดเชิงสังคมโดยหน่วยงานอิสระช่วยทำให้บริษัทจำนวนมากเข้าใจในเรื่องปัญหาเกี่ยวกับความยืนยงที่สำคัญซึ่งพวกเขาพบเจออยู่ และก็ช่วยทำให้บริษัทพวกนี้ลดการเสี่ยงที่ปรากฏอยู่เสมออีกทั้งห่วงโซ่อุปทาน

-แสดงให้ลูกค้ามีความคิดเห็นว่าคุณทำตามมาตรฐานระหว่างชาติเชิงสังคมที่มีคุณภาพสูงสุด
-ลดความอ่อนแรงสำหรับการสำรวจโดยรับการตรวจตราเพียงแต่ครั้งเดียว รวมทั้งแบ่งปันผลกับลูกค้าหลายราย
-เข้ามีส่วนร่วมแล้วก็แสดงให้บุคลากรของคุณมีความเห็นว่าคุณตั้งใจปรับแต่งสภาพการณ์ในสถานที่ทำงานและก็ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของบริษัท
-คุ้มครองรวมทั้งพอกพูนความโด่งดังของคุณในตลาดการค้าขาย


เพราะเหตุใดถึงควรที่จะทำการเลือกเราให้เป็นผู้ดำเนินงาน SEDEX SMETA?
เราใช้หลักเกณฑ์การตรวจตรา SMETA ที่สำคัญ ประการ เพื่อประเมินว่าห่วงโซ่อุปทานได้กระทำตามระเบียบไหม ซึ่งเป็นต้นว่า:

-มาตรฐานแรงงาน
-สุขลักษณะแล้วก็ความปลอดภัย
-สภาพแวดล้อม
-จรรยาบรรณทางธุรกิจ


เมื่อการตรวจทานสำเร็จและได้รับการอนุญาต ก็จะเตรียมพร้อมรายงานที่โพสต์ในแพลตฟอร์มการร่วมแรงของ Sedex ได้ เราภูมิใจที่มีโครงข่ายคนตรวจสอบมากมาย ซึ่งคัดสรรมาโดยใช้หลักเกณฑ์เลือกที่เอาจริงเอาจังที่สุดของ Sedex นอกเหนือจากนี้ยังปฏิบัติการพิจารณา SMETA หลายพันครั้งต่อปี

Categories
Event

การรับรอง Feed Additive and Pre-Mixture Quality System (FAMI-Qs)

การรับรอง Feed Additive and Pre-Mixture Quality System (FAMI-Qs)

Previous
Next

การรับรอง Feed Additive and Pre-Mixture Quality System (FAMI-QS)
FAMI-QSหมายถึงมาตรฐานการันตีความปลอดภัยของอาหารสัตว์รวมทั้งประสิทธิภาพของสินค้าที่ผลิตโดยผ่านขั้นตอนการตามที่ได้กำหนดโดย FAMI-QS รวมทั้งที่กำหนดไว้ใน ระเบียบปฏิบัติอาหารสัตว์ที่ยุโรปเลข 183/2005

มาตรฐานนี้ได้มาจาก Feed Additive รวมทั้งระบบประสิทธิภาพ preMIxture ซึ่งเป็นตัวย่อของ FAMI-QS นั่นเอง

เป้าหมายหลักของ FAMI-QSหมายถึงการให้คำปรึกษาแก่ผู้สร้าง รวมทั้งผู้ค้าที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งช่วยทำให้พัฒนากระบวนการเพื่อ ลดความเสี่ยงด้านสุขลักษณะที่เชื่อมโยงกับสารเติมแต่งรวมทั้งสารผสมล่วงหน้าในห่วงโซ่อาหาร และก็ เพิ่มประสิทธิภาพของอาหารสัตว์ที่ใช้ในสถานที่ดำเนินงาน

มีการทำระบบมาตรฐาน ครั้งแรกในปี 2002

มาตรฐาน FAMI-QS ครอบคลุมประเทศในสหภาพยุโรปจำนวนมาก ประเทศนอร์เวย์ และก็ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ว่ามีให้บริการในระดับสากลรวมทั้งเดี๋ยวนี้มีการ ใช้งานในกว่า 47 ประเทศ

FAMI-QS จะมีองค์ประกอบทั่วๆไปเหมือนกับมาตรฐานระบบการจัดการ ISO อื่นๆเป็นต้นว่า

ระบบการจัดการประสิทธิภาพและก็ความปลอดภัยของอาหาร FAMI-QS เป็นไปตามองค์ประกอบทั่วๆไปเหมือนกันกับมาตรฐานระบบการจัดการ ISO อื่นๆและก็สามารถรวมกับระบบการจัดการอื่นๆได้โดยง่ายดังเช่นว่าระบบการจัดการประสิทธิภาพ ISO 9001 รวมทั้ง ISO 22000 หรือ FSSC 22000 ระบบการจัดการความปลอดภัยด้านของกิน

ประโยชน์ซึ่งมาจากการยืนยัน FAMI-QS
การลดความเสี่ยงด้านสุขลักษณะอาหารสัตว์
เพิ่ม
ประสิทธิภาพของอาหารสัตว์ที่ใช้ในสถานที่ปฏิบัติการ
วัตถุประสงค์สูงสุดของกฎเกณฑ์นี้เป็น เพื่อยืนยันความปลอดภัยของอาหารโดยลดการกระทำที่ไม่ปลอดภัยและก็ลดการเสี่ยงที่ส่วนประกอบที่เป็นโทษจะเข้าสู่ห่วงโซ่ของกิน อาหารสัตว์นับว่าไม่ปลอดภัยสำหรับเพื่อการใช้งานตามจุดหมายถ้าหากมีลัษณะทิศทางที่จะส่งผลให้เกิดการเสี่ยงต่อร่างกายของผู้คนหรือสัตว์หรือถ้าของกินที่ได้จากสัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารไม่ปลอดภัยต่อการบริโภคของผู้คน

การยืนยันมาตรฐาน Feed Additive ช่วยทำให้ธุรกิจอาหารสัตว์มีความน่าไว้วางใจ
ข้อกำหนด
ของ FAMI-QS
ให้กฎเกณฑ์สำหรับเพื่อการดำเนินงานตามมารการที่จำเป็นจะต้อง เพื่อรับประกันความปลอดภัยของกิน รวมทั้งประสิทธิภาพของสินค้าที่ผลิตโดยวิธีการตามที่มีการกำหนดโดย FAMI-QS โดยครอบคลุมกฎระเบียบเกี่ยวกับ

แนวทางปฏิบัติที่ดีสำหรับในการผลิต
โปรแกรม HACCP รวมทั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขโดยตลอด
การออกแบบการจัดการ
การกระทำงาน
การเสี่ยง
โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความปลอดภัย รวมทั้งประสิทธิภาพของอาหารสัตว์
ด้วยการอ้างอิงมาตรฐานกับ
เนื้อความพวกนี้ FAMI-QS เป็นการการันตีที่บริบูรณ์ซึ่งครอบคลุมด้าน Feed safety, Legality & Quality เกี่ยวข้องถึงระบบการจัดการการสอบกลับได้ รวมทั้งกฎระเบียบอื่นๆ

จุดเด่นของการยืนยัน FAMI-QS
1. ลดการเสี่ยงอันตรายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการสร้าง

2. ยกฐานะประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์

3. ลดข้อร้องทุกข์

4. ปรับปรุงความรู้ความเข้าใจให้พนักงาน

5. ลดการขัดขวางเชิงพาณิชย์โดยยิ่งไปกว่านั้นในกรุ๊ปประเทศในทวีปยุโรป

6. สร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้ารวมทั้งคนที่มีความเกี่ยวข้อง ในเรื่องความปลอดภัย

การกระทำตาม FAMI-QS

การกระทำตาม FAMI-QS มิได้เป็นการนอกจากผู้ประกอบธุรกิจจากการกระทำตาม หลักเกณฑ์ตามกฎหมาย หรือ ข้อกำหนด รวมทั้ง:

a) ในประเทศที่ผู้ประกอบกิจการตั้งอยู่

b) ในประเทศที่วางสินค้าขั้นท้ายสุดซึ่งมาจากกรรมวิธีที่ได้รับการยืนยัน FAMI-QS

ใน ในกรณีที่ไม่มีกฎระเบียบ ด้านอาหารสัตว์ที่บังคับใช้ในประเทศที่ผลิต และก็ หรือที่หมาย
ผู้ประกอบธุรกิจควรจะ
 ทำตามหนทางด้านกฎข้อปฏิบัติของยุโรป
กฎเกณฑ์
ของ FAMI-QS เป็นเอกสารสาธารณะ รวมทั้งพนักงานสามารถติดตามรายละเอียดได้อย่างอิสระ
การ
ร่วมในระบบพิจารณา FAMI-QS นั้นเป็นไปด้วยความเต็มใจ

มาตรฐาน FAMI-QS เป็นไปตามมาตรฐานสากล ยกตัวอย่างเช่น ISO 90001
ขอบเขตของ FAMI-QS
ขอบเขตของ FAMI-QS เป็นส่วนประกอบอาหารสัตว์จำพวกพิเศษ (Specialty) ถูกกำหนดให้เป็นส่วนประกอบที่เพิ่มเข้ามาโดยมิได้ใช้เป็นของกินเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง (Feed Material อาทิเช่น ข้าวโพดไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบที่มีคุณค่าทางโภชนาการไหม ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบของอาหารสัตว์ หรือ สินค้าสัตว์ รวมทั้งสมรรถนะของสัตว์ (Codex Alimentarius and ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไข)

การงดเว้นขอบเขต
การให้อาหารแบบครบวงจร
 ตัวอย่างเช่น ส่วนประกอบของการให้อาหารซึ่งโดยเหตุผลของส่วนประกอบนั้นพอเพียงสำหรับในการแบ่งส่วนรายวัน (มาตรา 2 (c) ของ Council Directive 1999/29 / EC วันที่ 22 เดือนเมษายน 1999 รวมทั้ง สินค้าที่ไม่ประสงค์ใน โภชนาการสัตว์ไม่อยู่ในขอบเขตข้อจำกัด
สาร
อะไรก็ตามหรือการรวมกันของ สารที่ใช้เพื่อสำหรับในการรักษา หรือ คุ้มครองป้องกันโรคในสัตว์ซึ่งบางทีอาจได้รับการจัดการกับสัตว์เพื่อทำวิเคราะห์ทางด้านการแพทย์หรือการขอคืนปรับแต่ง หรือปรับแต่งการทางานทางสรีรวิทยาในสัตว์ (ตัวอย่างเช่น สินค้ายาสัตวแพทย์ ที่กำหนดไว้ในมาตรา ของ Council Directive 2001/82 / EC เกี่ยวกับรหัสชุมชนที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้ายาสัตวแพทย์ไม่ครอบคลุมอยู่ในข้อจำกัด
เว้นเสียแต่ coccidiostats และก็ histomonostats เป็นต้นว่า สารเติมแต่งอาหารสัตว์ในสหภาพยุโรป

กฎระเบียบหลักของ FAMI-QS
บริบทหน่วยงาน
ความเป็นผู้นำ

การวางเป้าหมาย

การช่วยส่งเสริม

การ
ปฏิบัติการ
การประมาณความสามารถ

การปรับแต่ง

ยิ่งไปกว่านี้
ยังมีกฎเกณฑ์เพิ่มอื่นๆอีก ยกตัวอย่างเช่น FEED FRAUD PREVENTION AND DEFENSE MODULE, RECOGNIZED STANDARDS แล้วก็ PROCESS DOCUMENTS ที่ทำขึ้นเฉพาะการเสี่ยงที่ชี้เฉพาะของวิธีการ

กิจกรรมโครงข่ายอาหารสัตว์ที่ครอบคลุมโดย FAMI-QS

การสร้าง ขั้นตอนแล้วก็กรรมวิธีการที่ใช้สำหรับเพื่อการแปลงข้อมูลป้อนเข้าที่เข้าทางแตะต้องได้ (วัตถุดิบ ,ผลิตภัณฑ์ ครึ่งหนึ่งสำเร็จรูปและก็ข้อมูลป้อนเข้าที่เข้าทางแตะต้องมิได้ (แบบ,ข้อมูลเป็นผลิตภัณฑ์ ทรัพยากรถูกใช้ในแนวทางการนี้เพื่อสร้างคำตอบที่สมควรสำหรับเพื่อการใช้งานหรือมีค่าการแลกเปลี่ยน
กิจการค้า
 ความประพฤติปฏิบัติของการซื้อการจัดการการจัดเก็บการขนส่ง,แนวทางการขายผลิตภัณฑ์ แล้วก็บริการ